พรรคใหญ่ประชันกฎหมาย อัพเกรดเศรษฐกิจ-ปฏิรูปการเมือง

สภา
คอลัมน์ : Politics policy people forum

สภาผู้แทนราษฎรคิกออฟสมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 1

นอกจากฉากเปิดสภาที่มีการหยิบวาระร้อนอภิปรายถล่มรัฐบาลอนุทิน ปมแก้ปัญหา “น้ำมันแพง”

สมัยประชุมสามัญยุคนี้มีสิ่งที่ “เปลี่ยนไป” จากการประชุมสภาใน 2 ยุคหลัง ตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2 จนถึงรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่มี “เศรษฐา ทวีสิน-แพทองธาร ชินวัตร” เป็นนายกฯ

คือการที่พรรคการเมืองต่างแข่งเสนอ “ชุดกฎหมาย” เข้าสภา จากก่อนหน้านี้มีเพียงพรรคอนาคตใหม่-พรรคก้าวไกล ที่เปลี่ยนเป็นพรรคประชาชนเท่านั้น ส่วนพรรคการเมืองอื่น ๆ เสนอร่างกฎหมาย “เป็นรายฉบับ” ไม่ได้จัดกลุ่ม “แพ็กเกจ”

หากสภาสมัยสามัญยุคนี้ นอกจากพรรคประชาชนที่เสนอ “ชุดกฎหมาย” ยังมีพรรคเพื่อไทยที่เสนอเป็นแพ็กเกจ รวมถึงพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแกนนำรัฐบาล ซึ่งมี สส.มากที่สุดในสภา 191 เสียงอย่างเป็นทางการ ใช้แผน “นิติบัญญัตินำฝ่ายบริหาร”

Advertisement

ภท.ชูกฎหมายรื้อท้องถิ่น

พรรคภูมิใจไทยแม้ไม่มีแพ็กเกจ แต่คลอดไทม์ไลน์กฎหมายที่ต้องทำให้เสร็จภายใน 6 เดือน-1 ปี นอกจากกฎหมายที่เป็นวาระปกติของรัฐบาล เช่น งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 หรืองบประมาณที่ต้องใช้ในการแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลจะเตรียมร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ 2569 มาเป็นงบฯกลาง เพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ-แก้วิกฤต

ในฐานะที่เป็นพรรคท้องถิ่นนิยม ได้ชูกฎหมายปฏิรูปท้องถิ่น อาทิ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดระบบภาษีเงินได้และการบริจาคเงินเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น หรือ พ.ร.บ.บ้านเกิดเมืองนอน ตั้งเป้าให้เสร็จภายใน 6 เดือน โดยวัตถุประสงค์ของกฎหมาย เพื่อให้ท้องถิ่นหารายได้ด้วยตัวเองเพื่อนำมาพัฒนา โดยประชาชนสามารถเลือกสนับสนุนภาษี 30% ให้บ้านเกิดของตัวเอง

Advertisememt

นอกจากนี้ ยังมีร่าง พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด ร่าง พ.ร.บ.สภาตําบล และองค์การบริหารส่วนตําบล ร่าง พ.ร.บ.เทศบาล ปรับอายุของผู้บริหารท้องถิ่น จากเดิมผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งต้องมีอายุ 35 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง

ขณะที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ เตรียมผลักดัน พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน หรือกฎหมาย Super License โดยหลักการต้องการให้การขออนุญาตทุกอย่างเป็น One Stop Service หวังให้การขออนุมัติต่าง ๆ มีความสะดวกรวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะการขอจัดตั้งธุรกิจหรือโรงงานให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน ทำให้ประชาชนและภาคการลงทุนสะดวกขึ้น

พท.จัดชุดใหญ่ 47 ฉบับ

ด้านพรรคเพื่อไทย ในฐานะพรรคอันดับ 2 ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย จัดแพ็กเกจกฎหมาย 4 กลุ่ม 47 ฉบับ ประกอบด้วย 1.กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน 12 ฉบับ เช่น พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ 2.กลุ่มวางมาตรฐานสร้างความเชื่อมั่น 9 ฉบับ อาทิ 3.กลุ่มความปลอดภัยและความมั่นคง 6 ฉบับ เช่น พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายยาเสพติด 4.กลุ่มสนับสนุนเศรษฐกิจมูลค่าสูง 20 ฉบับ พ.ร.บ.ส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรม พ.ร.บ. THACCA พ.ร.บ.ยา

“ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แคนดิเดตรัฐมนตรีว่ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ชุดร่างกฎหมายเป็นการร่างเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในบริบทที่เปลี่ยนไป ขณะนี้เรามีปัญหาเยอะ ทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ ประชาธิปไตย ความเท่าเทียม สังคม รวมถึงรายได้ที่เกิดขึ้นจากธุรกิจใหม่ ๆ ซึ่งมีหลาย พ.ร.บ.ที่ปัจจุบันยังไม่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เราต้องทำเรื่องนี้อย่างเด่นชัด รวมถึงปัญหาทางสังคมด้วยกฎหมายผ่านสภา

พุ่งเป้าอุตสาหกรรมเวลเนส

เขามองว่าการเข้ามาของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน จำเป็นที่ต้องดูแลอย่างทั่วถึง การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทยก็เป็นประเด็นหลักที่เราต้องดูแล การท่องเที่ยวทำให้เมืองปลอดภัย การศึกษาที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์โลกและสภาพเศรษฐกิจ

แต่สิ่งที่เห็นว่าควรจะเร่งผลักดันกลุ่มนวัตกรรมต่าง ๆ มีประเด็นเศรษฐกิจ Wellness เป็นจุดเด่นของประเทศไทยที่มี เพราะเราสามารถดึงดูดคนเก่ง ๆ เข้ามาได้ เช่น เครื่องมือแพทย์ บริการทางการแพทย์ คาบเกี่ยวไปถึงวัฒนธรรมเชิงสมาธิ สิ่งแวดล้อม ยา ชุดตรวจ ถ้าเราทำสามารถเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกได้ แน่นอนว่าใคร ๆ ก็อยากมาประเทศไทย เพราะเรามีความหลากหลายทางชีวภาพ ถ้าเราใช้ข้อมูลตรงนี้ร่วมกับ AI มาประมวลผลก็จะทำให้ไทยบรรลุเป็นประเทศรายได้สูงได้

เปลี่ยนต้นน้ำ ดัน ศก.รายได้สูง

เพื่อไทยคุมทั้งกระทรวงศึกษาธิการ คุมทั้ง อว. จะผลักดันให้ผลงานเกิดเป็นรูปธรรมอย่างไร “ยศชนัน” กล่าวว่าเรื่องนี้ไม่ง่าย ถ้าเราจะเป็นประเทศรายได้สูง บางครั้งไปยุ่งที่ปลายน้ำยาก ต้องเปลี่ยนตั้งแต่ต้นน้ำ ทำให้คนไทยเดินไปได้เอง เหมือนสอนคนจับปลา ไม่ได้เอาปลาไปให้เขา คิดว่าหลายภาคส่วนจำเป็น โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา ต้องแตกไปถึงเรื่องเศรษฐกิจ อย่างน้อยต้องการให้คนไทยมีงานที่ดี และเรื่องการศึกษาไม่ใช่เรื่องเฉพาะแค่ประเทศไทย แต่เกี่ยวกับนานาชาติ หากมาตรฐานการเรียนในไทยกับประเทศอื่น ๆ เหมือนกัน เรียนจบแล้วก็สามารถทำงานได้ทั่วโลก

เราอยากให้เกิดบรรยากาศแบบนี้ขึ้นกับการศึกษา หรือเกิดความหวังว่าเรียนในไทย มีงานวิจัยต่าง ๆ ที่น่าสนใจแต่ในโลกไม่มี ถ้าทำอย่างนี้ได้คนเก่ง ๆ ก็อยากมาเรียนในไทย หรืออุตสาหกรรมต่าง ๆ อยากมาลงทุน เพราะรู้ว่าเราผลิตคนที่จะรองรับอุตสาหกรรมนี้ได้ ก็จะเกิดประโยชน์กับทุกคน ซึ่งกฎหมาย 47 ฉบับสอดคล้องกับเรื่องเหล่านี้

“ไม่ใช่กฎหมาย 47 ฉบับเพิ่งเกิดขึ้น แต่เกิดขึ้นมาสักพักแล้ว และกฎหมายบางฉบับอาจเป็นประโยชน์กับกระทรวงอื่น ๆ ที่ไม่ใช่กระทรวงที่พรรคเพื่อไทยดูแลด้วย” ยศชนันกล่าว

ปชน.ชงรื้อ รธน.-กระจายอำนาจ

ขณะที่พรรคประชาชนยื่นชุดกฎหมาย 9 ชุดแรก 34 ฉบับ ประกอบด้วย ชุดที่ 1 เศรษฐกิจเพื่อทุกคน ชุดที่ 2 ปราบโกง ชุดที่ 3 การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ชุดที่ 4 คือการลดค่าไฟให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน ชุดที่ 5 ยกระดับมาตรฐานบริการสาธารณะให้ได้มาตรฐานสากล ชุดที่ 6 ปกป้องสิ่งแวดล้อม ชุดที่ 7 ปฏิรูปการศึกษา ชุดที่ 8 คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ชุดที่ 9 ปฏิรูปการเมือง

“พริษฐ์ วัชรสินธุ์” สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน บอกว่า แม้เป็น สส.ฝ่ายค้าน ไม่ได้มีเสียงข้างมากในสภา อาจจะต้องขอเสียงฝ่ายรัฐบาล แต่กฎหมายหลายฉบับถ้าชี้ให้สังคมเห็นว่าเป็นประโยชน์ เชื่อว่า สส.ฝ่ายรัฐบาลก็จะมาโหวตเห็นชอบได้

เขายกตัวอย่างว่า ชุดแรกเกี่ยวกับเศรษฐกิจเพื่อทุกคน เช่น พ.ร.บ.ประกันสังคม การปฏิรูปประกันสังคม จะป้องกันไม่ให้เงินประกันสังคมถูกใช้อย่างไม่สมเหตุสมผล ให้ข้อมูลเปิดเผยโปร่งใสมากขึ้น ใครที่คิดใช้จ่ายฟุ่มเฟือยก็จะไม่กล้า

ชุดปราบโกง เพื่อแก้ปัญหาทุจริต จะมี พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ที่ปกติประชาชนต้องยื่นขอข้อมูลจากคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร ในกฎหมายฉบับนี้จะเปลี่ยนภาระการพิสูจน์ ให้รัฐเปิดเผยข้อมูลอัตโนมัติ ถ้าจะปกปิดส่วนไหน หน่วยงานรัฐต้องมาชี้แจงกับประชาชน หวังว่าทำให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตดีขึ้น

ชุดปฏิรูปการศึกษา มี พ.ร.บ.การศึกษา ทำให้การศึกษาทันสมัยมากขึ้น เพราะปัจจุบันหลักสูตรการศึกษาไม่ได้เปลี่ยนเลยตั้งแต่ไอโฟนรุ่นแรกวางจำหน่าย

ชุดกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น จะมีการออกกฎหมายยกระดับบริการสาธารณะ เช่น พ.ร.บ.ขนส่งทางบก ให้ท้องถิ่นทั่วประเทศจัดทำขนส่งสาธารณะด้วยตัวเองได้มากขึ้น ไม่ต้องขอส่วนกลาง

ชุดการปฏิรูปการเมือง เรามี 2 ฉบับที่แก้ปัญหาได้ หนึ่งคือแก้รัฐธรรมนูญ คืนสิทธิประชาชนให้ยื่นถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ เช่น แก้ไข พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. เพื่อกำหนดว่าเอกสารชุดไหนต้องเปิดเผยต่อประชาชน ให้ประชาชนมีสิทธิสังเกตการณ์ได้

กฎหมายนับร้อยฉบับกำลังจะท่วมสภา โดยที่ สส.มีเวลาประชุมสภาแค่สัปดาห์ละ 2 วัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง