ไมล์ส ไดเชอร์ ตะลุยบินวิงสูทครั้งแรกในประวัติศาสตร์น่านฟ้ากรุงเทพฯ

ไมล์ส ไดเชอร์ สตันท์แมนชื่อดังแห่งวงการฮอลลีวูดและนักกีฬาระดับตำนานสังกัดทีม Red Bull Air Force ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการกีฬาเอ็กซ์ตรีมของประเทศไทยที่กำลังเป็นที่รู้จัก ด้วยการบินวิงสูทครั้งแรกที่กรุงเทพฯ การสร้างสถิติของไมล์สรายการนี้เป็นการปักหมุดเมืองไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของวงการกีฬาเอ็กซ์ตรีม

วิวตึกระฟ้าของเมืองหลวงประเทศไทย กลายมาเป็นฉากหลังให้กับการกระโดดร่มด้วยวิงสูทครั้ประวัติศาสตร์นี้ ไมล์ส กระโดดร่มลงจากเครื่องบินที่บินอยู่เหนือน่านฟ้า ทะยานผ่านโรงแรมเลอบัว กรุงเทพฯ หนึ่งในแลนด์มาร์คที่เป็นสถานที่ถ่ายทำของ The Hangover: Part II หนังฮอลลีวูดยอดฮิต และยังเป็นที่ตั้งของ Sky Bar และ Sirocco รูฟท็อปบาร์และร้านอาหารที่โดดเด่นด้วยโดมสีทองอันเป็นเอกลักษณ์ มองเห็นได้จากจุดต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ เขาร่อนตัวลงบนเรือที่กำลังแล่นไปตามแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างแม่นยำ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเหล่าผู้ชมทั้งไทยและเทศกันทั่วหน้า บุกเบิกตำนานการกระโดดร่มด้วยวิงสูทที่ตัดกับฉากหลังอันงดงามของกรุงเทพฯ

“สำหรับผมแล้ว ประเทศไทยคือสวรรค์ของกีฬาการบินผาดโผน ต้องให้เครติดกับเมืองที่เปิดกว้างให้เราได้มีโอกาสทำการกระโดดร่มครั้งปฐมฤกษ์ในครั้งนี้” ไมล์ส กล่าวเกี่ยวกับการบินวิงสูทของเขา “สภาพแวดล้อมความเป็นเมืองไม่เหมือนที่โล่งทั่วไป รอบ ๆ ตัวตึก กระแสลมจะแปรปรวน ทำให้เกิดลักษณะอากาศที่ปั่นป่วน คล้ายกับกระแสน้ำวนระหว่างก้อนหินในแม่น้ำ ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่พลุกพล่านและแออัด ผมต้องทำการกระโดดร่มลงมาเพื่อเพิ่มความเร็ว แล้วค่อยปรับระดับการบินให้ราบ ก่อนร่อนลงบริเวณแม่น้ำ ผมโฟกัสกับช็อตนี้จนสามารถลงจอดได้อย่างสวยงามบนเรือ” ไมล์ส เล่าเสริม

การกระโดดร่มครั้งประวัติศาสตร์นี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง Red Bull แบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังจากยุโรป และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมและความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวในประเทศ เปิดศักราชใหม่ให้กับวงการกีฬาเอ็กซ์ตรีมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกของการท่องเที่ยวที่เน้นกิจกรรมเชิงท้าทายที่หลากหลาย

“ไอเดียการกระโดดร่มด้วยวิงสูทครั้งแรกในประวัติศาสตร์นี้ มาจากวิสัยทัศน์ที่เรามีร่วมกันในการก้าวข้ามขีด จำกัด” นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าว “เพราะนี่คือการนำเอากีฬาที่ปกติจะเกิดขึ้นในพื้นที่ภูเขาอันห่างไกล มาอยู่ใจกลางน่านฟ้าของเมืองไทย การกระโดดร่มในครั้งนี้ มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการของประเทศไทย ในฐานะจุดหมายปลายทางที่ยังเคารพในมรดกทางวัฒนธรรม แต่พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ๆ อย่างไม่เกรงกลัว”

Advertisement

“ในฐานะ The World’s First Vertical Destination เราเชื่อว่าประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่คู่ควรกับเวทีที่ยิ่งใหญ่” นางสาวนราวดี บัวเลิศ ประธานและซีอีโอของเลอบัว กรุงเทพฯ กล่าว “ความร่วมมือในครั้งนี้คือเครื่องพิสูจน์ว่าเลอบัวไม่ได้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการยืนเคียงคู่เส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ แต่คือสถานที่ที่ช่วงเวลาที่สำคัญและโดดเด่นที่สุดของโลก เลือกที่จะเกิดขึ้นที่นี่”

สำหรับไมล์ส การบินวิงสูทครั้งประวัติศาสตร์เหนือเมืองหลวงที่พลุกพล่านของประเทศไทยเป็นมากกว่าแค่การทำลายสถิติรายการหนึ่ง แต่ประเทศไทยเป็นที่ที่มีความหมายต่อนักกีฬาระดับตำนานคนนี้ เพราะเป็นที่ที่เขาได้มาเที่ยวที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับ นิกกี้ ภรรยาของเขาเป็นครั้งแรก

“ครั้งแรกที่ผมได้มาเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็คือที่ประเทศไทยกับภรรยา ตอนนั้นเธอกำลังตั้งท้องลูกสาวของเรา ที่นี่จึงเป็นที่ที่พิเศษสำหรับผม การที่ผมได้กลับมาบินเหนือน่านฟ้าของกรุงเทพฯ ในครั้งนี้ เรียกได้ว่าฝันที่เป็นจริงครับ” ไมล์ส แชร์ความรู้สึก “สถาปัตยกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ อาหาร และวัฒนธรรมที่มีความเป็นกันเอง ทำให้ประเทศไทยคือสวรรค์ของนักกีฬาการบินผาดโผนที่แท้จริง ผมดีใจมากที่เราสามารถหาเวลาและสถานที่ที่เหมาะสมกับการกระโดดร่มท้ามฤตยูกลางน่านฟ้าในครั้งนี้ และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาสัมผัสไปด้วยกันกับผม”

ไมล์ส เป็นหนึ่งในนักกีฬาบินผาดโผนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีสถิติการกระโดดร่มมากกว่า 12,000 ครั้ง ความเชี่ยวชาญและความแม่นยำของเขา ทำให้ ไมล์ส เป็นหนึ่งในนักแสดงที่เป็นที่ต้องการในฮอลลีวูด เขายังเป็นผู้ที่ฝึกฝน ทอม ครูซ ในการกระโดดร่มด้วยมอเตอร์ไซค์ในหนังเรื่อง Mission: Impossible – Dead Reckoning และยังแสดงฉากช่วยชีวิตกลางอากาศอันโด่งดัง “Barrel of Monkeys” ในหนังมาร์เวลเรื่อง Iron Man 3 อีกด้วย นอกจากงานสตันท์อื่นๆ ในหนังอย่าง Human Flight 3D แล้ว ไมล์ส ยังเป็นผู้ทำลายสถิติอย่างต่อเนื่อง โดยสร้างตำนานในปี 2560 กับการกระโดดร่มทุบสถิติโลกถึง 63 ครั้ง ในเวลา 24 ชั่วโมง

แม้นักกีฬาสังกัด Red Bull Air Force คนนี้ จะสร้างอีกหนึ่งตำนานไว้ที่กรุงเทพฯ แต่ไมล์สเผยว่าเขาจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ เพราะนี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของการผจญภัยบทใหม่ของเขาในประเทศไทยเท่านั้น

“การที่ได้โบยบินผ่านโรงแรมเลอบัว กรุงเทพฯ คือฝันที่เป็นจริงของผม จากใจคนที่เป็นแฟนตัวยงของหนังเรื่อง The Hangover 2 ระหว่างที่ผมบินผ่าน ผมก็นึกถึงฉากที่พวกหนุ่ม ๆ ยืนคุยกันตรงบันไดนั่น” ไมล์ส ย้อนให้ฟังถึงโมเมนต์ที่เขาจำได้ดีที่สุด “การกระโดดร่มครั้งประวัติศาสตร์นี้ ถือเป็นชัยชนะที่เกิดขึ้นได้จากการสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และครอบครัว Red Bull ที่เป็นทุกอย่างของผม ผมรู้สึกขอบคุณมากๆ สำหรับโอกาสในการสานฝันต่อหน้าผู้คนทั่วโลก”

ไมล์สเต็มไปด้วยพลังอันแรงกล้าในกีฬาเอ็กซ์ตรีม เขาตั้งหน้าตั้งตาที่จะได้สัมผัสความสวยงามและความหลากหลายของสถานที่และกิจกรรมต่างๆ ในประเทศไทยในแบบที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน

“ผมอยากที่จะสำรวจต่อไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะพื้นที่หน้าผาที่ติดกับชายทะเล ผมอยากไปที่นั่น กลับไปที่หาดไร่เลย์และหาดต้นไทรที่กระบี่ เพื่อไปดูภูเขาหิน และเริ่มวางแผนโครงการใหม่ๆ ที่นั่นอย่างจริงจังสักที”

นอกเหนือจากการบินผาดโผนที่ทำให้เขาได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์หน้าใหม่แล้ว การกระโดดร่มที่กรุงเทพฯ ในครั้งนี้ ยังได้เบิกทางให้กับกีฬาผาดโผนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นเสมือนคำเชื้อเชิญให้นักเดินทางและผู้ที่ชื่นชอบความตื่นเต้นท้าทายเช่นเดียวกับเขา ได้มาผจญภัยไปในภูมิประเทศที่สวยงามของประเทศไทยอีกด้วย ชมการบินวิงสูทครั้งประวัติศาสตร์ของ ไมล์ส ไดเชอร์ เหนือน่านฟ้ากรุงเทพฯ ได้แล้วที่ช่องทางโซเชียลของ Red Bull (TikTok | Instagram | Facebook) และ website