จอมเตะทีมชาติพาเหรดกระชากทอง ศึกเทควันโด ปทท. เตะสนั่นวันที่สาม

จอมเตะทั่วประเทศไทยยังสู้กันอย่างสนุก เหล่าดีกรีทีมชาติไทยและอดีตทีมชาติโชว์ความสามารถสมราคา พาเหรดกระชากเหรียญทองมาครองถ้วนหน้า ในศึกจี เอช แบงค์ เทควันโดชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย วันที่สาม

การแข่งขันเทควันโด รายการ “จี เอช แบงค์ เทควันโดชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 ประเภทต่อสู้” ระหว่างวันที่ 26-30 มีนาคม ที่อาคารนนทบุรียิมเนเซียม สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี มีนักกีฬาจำนวนกว่า 2,500 คนจากทั่วประเทศไทยมาเข้าร่วมสมัครชิงชัยในรายการปีนี้ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่มีการจัดแข่งขันเทควันโดชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยมา

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม เข้าสู่ครึ่งทางของการชิงชัย เกมการแข่งขันยังสนุกดุเดือดสมเป็นศึกใหญ่ของประเทศไฮไลต์ในรุ่นประชาชน อายุ 18 ปีขึ้นไป ชาย น้ำหนัก 58-63 กก. รอบชิงชนะเลิศ คู่ระหว่าง “สตางค์” นิธิกร ลำเภา เตะหนุ่มทีมชาติไทยจากเดอะ แชมเปี้ยน เทควันโด เอ แชมป์กีฬามหาวิทยาลัย 2569 และเจ้าของรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว รวมทั้งเป็นแชมป์ประเทศไทยมา 2 สมัย ลงสนามปะทะกับ “ต้นไม้” นิติพัฒน์ อามาตมนตรี จากทีมอาร์เอสอาร์ เทควันโด ทีมบี อดีตเยาวชนทีมชาติไทย

นิติพัฒน์ เปิดหัวได้ดีก่อน เตะคม แต่ นิธิกร ดาวเตะทีมชาติเริ่มบุกกลับ และทำแต้มเข้าเป้าพลิกมาชนะ 9-6 ขึ้นนำก่อน 1-0 ยก แต่ในยกสอง นิติพัฒน์ ฉวยโอกาสได้ก่อนอีกครั้ง และรัวคะแนนชนะขาด 10-2 ตีเสมอ 1-1 ยกอย่างสนุก ต้องมาตัดสินที่ยกสุดท้าย และเป็น สตางค์ นิธิกร ที่กลับมาเข้าฟอร์มเก่ง ใช้ความได้เปรียบของสรีระเตะเอาชนะได้ขาด 11-5 จบการแข่งขัน นิธิกร ลำเภา จากเดอะ แชมเปี้ยน เทควันโด เอ ชนะ นิติพัฒน์ อามาตมนตรี จากทีมอาร์เอสอาร์ เทควันโด ทีมบี 2-1 ยก คว้าแชมป์ประเทศไทย รุ่นประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ชาย น้ำหนัก 58-63 กก. มาครอง

หลังการคว้าแชมป์ “สตางค์” นิธิกร ลำเภา เทควันโดหนุ่มทีมชาติไทยชุดสู้ศึกเวิลด์กรังปรีซ์ปลายปีที่แล้ว เปิดเผยว่า รูปเกมตนเองดูลำบาก เพราะตนคิดเยอะมากไป มัวแต่คิดอยู่ตลอดว่าด้วยที่เป็นคู่แข่งที่ฝีมือไม่ธรรมดา ไม่ได้อยู่ในแคมป์ทีมชาติเหมือนกันแล้วเราควรจะต้องใช้วิธีไหนดี บวกกับเรามาแข่งในนามทีมชาติด้วย ค่อนข้างกดดัน สังเกตได้ว่าตนเองโดนนำก่อนตลอด แต่พอตั้งสติได้แล้วก็พยายามเปลี่ยนระบบความคิดแล้วสู้เน้นไปทีละแต้ม ไม่ไปคิดอะไรมาก ผลจึงกลับมาดี ก็ดีใจที่คว้าเหรียญทองประเทศไทยได้อีกครั้ง เหมือนปลดล็อก เพราะก่อนแข่งค่อนข้างเครียด ส่วนหลังจากนี้ก็จะเตรียมไปแข่งคัดเพื่อร่วมรายการชิงแชมป์เอเชียต้นเดือนเมษายนนี้

Advertisement

ด้านรุ่นประชาชน อายุ 18 ปีขึ้นไป หญิง น้ำหนัก 62-67 กก. รอบชิงชนะเลิศ เป็นเกมคู่ระหว่าง ชิดชนก หมายเหนี่ยวกลาง จอมเตะสาวอดีตทีมชาติไทยจากทีมทวีศิลป์ ลงสนามพบ ณัฐพร สิทธิสาร ดีกรีระดับเยาวชนทีมชาติจากทีมเดอะวิชั่น นาชา เอ โดยทั้งคู่เพิ่งปะทะกันมาในรอบแรกของรายการ “เช ยอง ซ็อก คัพ” เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นทางด้าน ณัฐพร แรงค์ 1 ของรายการดังกล่าวคว้าชัยไป

สองสาวฟอร์มใกล้เคียงกันมากในวันนี้ แต่เหมือน ณัฐพร จะดูดีเหลื่อมๆ กว่า ทว่ารุ่นพี่ชิดชนกก็ยังไม่ยอมเพลี่ยงพล้ำง่ายๆ จนเสมอกัน 1-1 ยก ต้องตัดสินกันที่ยกสาม เกมตึงเครียด สองฝ่ายไม่กล้าผลีผลาม จนช่วง 10 วินาทีสุดท้าย ณัฐพร มาทำคะแนนนำได้ 2-0 เกมเหมือนจะจบ แต่ 3 วินาทีสุดท้าย ชิดชนก ขึ้นฟาดที่หัวได้ พลิกนำ 3-2 ก่อนหมดเวลาแข่งขันไปด้วยสกอร์ดังกล่าว ชิดชนก หมายเหนี่ยวกลาง จากทีมทวีศิลป์ ชนะ ณัฐพร สิทธิสาร จากทีมเดอะวิชั่น นาชา เอ 2-1 ยก คว้าเหรียญทองรุ่นประชาชน อายุ 18 ปีขึ้นไป หญิง น้ำหนัก 62-67 กก. ไปครอง

“หมูหวาน” ชิดชนก หมายเหนี่ยวกลาง แชมป์ประเทศไทยรุ่น 62-67 กก. กล่าวหลังได้แชมป์ว่า หลังจากเลิกเล่นให้กับทีมชาติไทยไปได้ 1 ปี ก็หันไปเรียนหนังสือเต็มตัว ทำให้ห่างหายจากการซ้อมเทควันโดไปนานมาก แต่พอทราบว่าจะมีรายการชิงแชมป์ประเทศไทยจัดก็มีความรู้สึกอยากจะร่วมแข่งอีกครั้ง และได้กลับมาซ้อมก่อนรายการจะเริ่มแค่ 3 วัน แถมไม่ได้คุมน้ำหนักทำให้กลับไปแข่งรุ่น 53 กก.ที่ถนัดไม่ได้ ต้องลงแข่งรุ่น 67 กก. พอมาเริ่มแข่งก็หนักเอาการ อย่างคู่แข่งที่เพิ่งชนะรอบชิงตนก็เพิ่งแพ้ไปในรายการเช ยอง ซ็อก คัพตั้งแต่รอบแรก

“มาคราวนี้ก็รู้ตัวว่าแรงสู้เขาไม่ได้ จะหมดแรงก่อน ดังนั้นจึงพยายามเตะประคองแรงตัวเอง ยื้อเวลาให้ได้มากที่สุด สุดท้ายแผนก็สำเร็จ รู้สึกปลดล็อกมากๆ เพราะไม่คิดว่าจะได้เหรียญทอง แค่อยากจะสู้ให้ได้ถึงที่สุด ส่วนหลังจากนี้ก็คงจะไปทางเรียนหนังสืออย่างจริงจัง แต่หากมีโอกาสและจังหวะดีๆ มีรายการอย่างชิงแชมป์ประเทศไทยหรือกีฬาแห่งชาติก็คงจะได้มาแข่งอีกค่ะ”

ส่วนอีกคู่ที่น่าสนใจในรอบชิงชนะเลิศ รุ่นประชาชน อายุ 18 ปีขึ้นไป ชาย น้ำหนัก 49-53 กก. ปานบัว โมรมัต จอมเตะทีมชาติไทยจากทีมเคซีเอส อะคาเดมี่ ออฟ เทควันโด เอ ลงปะทะ พริศา ลิขิตรวี จากทีมทวีศิลป์ โดยคู่นี้ฝั่งดาวเตะทีมชาติไทยเหนือกว่าค่อนข้างชัด สุดท้ายเป็น ปานบัว เตะคว้าเหรียญทองไปครองด้วยผลงาน ชนะ 2-0 ยก 13-2 และ 11-2 เป็นจอมเตะอีกคนของทีมชาติไทยที่คว้าเหรียญทองได้ตามความคาดหมาย