คุณหญิงปัทมา แจงห้ามนักกีฬาสาวทรานส์ร่วมแข่ง อลป. ชี้กีฬาปะทะได้เปรียบกว่า 100 %

ภายหลังจากที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) มีมติห้ามหญิงข้ามเพศหรือสาวทรานส์ ซึ่งมีเพศกำเนิดเป็นชาย แต่แปลงเพศหรือมีอัตลักษณ์ทางเพศเป็นหญิง รวมถึงนักกีฬาที่อยู่ในกลุ่ม DSD (ภาวะความผิดปกติหรือความแตกต่างในการพัฒนาเพศแต่กำเนิด-Disorder of sexual development) ร่วมแข่งขันกีฬาหมวดหมู่ของผู้หญิงทุกอีเวนต์ ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา และโอลิมปิกเกมส์อื่นๆ ในอนาคต

โดย เคิร์สตี้ โคเวนทรี ประธานไอโอซีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ ระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อความยุติธรรมและความปลอดภัยของนักกีฬาหญิง ตนเองในฐานะที่เป็นอดีตนักกีฬาว่ายน้ำ เชื่อมั่นใจสิทธิของนักกีฬาโอลิมปิกทุกคนในอันที่จะเข้าร่วมแข่งขันภายใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรม นโยบายนี้ยึดหลักการวิทยาศาสตร์นำโดยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์หลากหลาย

ขณะที่ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ไอโอซีหญิงแกร่งคนแรกของไทย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ไอโอซี ได้ศึกษาเรื่องนี้มาเป็นอย่างดี จากหลักฐานทางการแพทย์ นักกีฬาแปลงเพศที่มีชาติกำเนิดเป็นชายและเปลี่ยนเป็นเพศหญิง และนักกีฬากลุ่ม DSD หากผ่านช่วงวัยเจริญพันธุ์แล้วจะมีความได้เปรียบเหนือนักกีฬาที่มีเพศกำเนิดเป็นหญิง โดยในการแข่งขันประเภทวิ่งหรือว่ายน้ำ จะได้เปรียบ 10-12 เปอร์เซ็นต์, ในประเภทขว้างหรือกระโดด จะได้เปรียบ 20 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป และถ้าเป็นกีฬาที่ต้องใช้กำลังเป็นหลัก เล่นกีฬาปะทะ หรือประเภทชกหรือต่อยจะได้เปรียบมากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์