เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายโกวิท โพธิสาร บก. The Isaan Record โพสต์ภาพและข้อความผ่านเพจ “Kowit Phothisan” ระบุว่า
สัปดาห์ที่แล้ว บก.บห. ถูกรัฐมนตรีชื่อดังฟ้อง วันนี้เป็นคิวของข้าพเจ้า
แจ้งอย่างเป็นทางการว่า ผมถูกสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฟ้องหมิ่นประมาท พร้อมเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาทครับ
คนกำลังยุ่งกับงานไม้ ตะปู ฉาก เอ็น และเลื่อย เหงื่อไคลซึ่งโทรมกายเป็นทุนเดิมอยู่แล้วพอรับหมายศาลยิ่งหัวฟูไปกันใหญ่ การถูกฟ้องไม่สนุกหรอกครับ เพราะคดีก็จะเกี่ยวพันกับหลายสิ่งอย่างในชีวิต แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือสบตากับมัน แล้วดูสิว่าปลายทางจะเป็นเช่นไร
ขอบคุณมิตรสหายที่ส่งข้อความไฟฟ้ามาทาง inbox ครับ ผมล้างหน้าล้างตาและไล่อ่านคำฟ้องอยู่สักพักใหญ่เลยไม่ได้ตอบอะไรไป ขอบคุณที่เป็นห่วงกัน แต่หากจะรบกวนอีกเล็กน้อยคือ ช่วยกระจายข่าวไปให้ได้มากที่สุด เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องของผมโดยลำพัง แต่มีแรงงานที่ตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์อีกมากที่รอการช่วยเหลือ และกระซิบกระซาบอีกเพียงเล็กน้อยว่า สมาคมวิชาชีพสื่อฯ และนักวิชาการสื่อสารมวลชนทั้งหลาย ยังสบายดีอยู่ไหมครับ
อ่านข่าว

ขณะที่เพจ “The Isaan Record” โพสต์ข้อความระบุว่า
โกวิท โพธิสาร บก. The Isaan Record
ถูกสุชาติ ชมกลิ่น ฟ้องหมิ่นประมาท
เรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท
เพราะแชร์โพสต์ของหทัยรัตน์ บก.บห.
วันนี้ (29 มีนาคม 2569) เวลา 16.00 น. นายโกวิท โพธิสาร บรรณาธิการสำนักข่าว The Isaan Record ได้รับหมายศาลจังหวัดชลบุรีปรากฏข้อความว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อนายโกวิท โพธิสาร บรรณาธิการสำนักข่าว The Isaan Record มาตรา 326 และ 328 ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นข้อหาเกี่ยวกับการหมิ่นประมาท โดยระบุว่าโกวิท แชร์เนื้อหาของ หทัยรัตน์ พหลทัพ บรรณาธิการบริหาร The Isaan Record ทำให้ตนได้รับความเสียหาย อับอาย และได้รับความทุกข์ทรมานทางจิตใจอย่างร้ายแรง
สำหรับข้อความในหมายศาล อ้างถึงเนื้อหาที่โกวิท โพธิสาร เขียนบน Facebook ที่ว่า “ผมจะบอกคุณสุชาติ ชมกลิ่น ว่า เราไม่ใช่สื่อท้องถิ่น พวกเราเป็นสำนักข่าว International ที่เชื่อมระหว่าง Global และ Local เราเดินทางมาถึงยุคที่อินเทอร์เน็ตทลายกรอบความเป็นท้องถิ่นหรือเมืองเพียงเพราะสถานที่ตั้งขององค์กรแล้ว ที่ผ่านมาเราเดินทางทำงานแทบจะทั่วโลก รวมทั้งฟินแลนด์ที่คุณสุชาติคุ้นเคยด้วย
“ส่วนประเด็นอื่นๆ Hathairat Phaholtap เขียนไปแล้ว ผมไม่จำเป็นต้องขีดเส้นใต้อีกครั้งกระมัง” โจทก์อ้างว่า ข้อความนี้ทำให้ตนเสียชื่อเสียง ถูกเกลียดชัง และได้รับความเสียหาย รวมทั้งทำให้โจทก์อับอายเป็นอย่างมาก ทั้งได้รับความทุกข์ทรมานทางจิตใจอย่างร้ายแรง จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายรวม 1 ล้านบาท
หลังถูกฟ้อง โกวิท ตั้งข้อสังเกตว่า หากพิจารณาข้อความที่โจทก์อ้างว่า สร้างความเสียหายนั้น น่าสนใจว่า มีบรรทัดใดที่ทำให้สุชาติ ชมกลิ่น เสียหาย เพราะเนื้อหาที่เขียนเป็นการกล่าวถึงภูมิทัศน์สื่อ (Media Landscape) ที่เปลี่ยนไป และเป็นการอธิบายว่าสำนักข่าว The Isaan Record นั้นทำงานอย่างไร
“คนที่ควรเดือดร้อน คือ นักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์มากกว่าที่ต้องหาคำนิยามเรื่องความเป็นสำนักข่าวท้องถิ่นใหม่ เพราะเดิมเราแบ่งสำนักข่าวส่วนกลาง สำนักข่าวท้องถิ่น โดยอิงจากที่ตั้งของสำนักงานและรัศมีของการออกอากาศ คำถามต่อประเด็นนี้คือ รัฐมนตรีซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และรองนายกฯ ในรัฐบาลปัจจุบันเดือดร้อนต่อเรื่องนี้อย่างไร ส่วนข้อความอื่นๆ ก็แทบไม่เห็นร่องรอยว่าจะสร้างความปวดร้าวให้กับนักการเมืองผู้รับค่าจ้างจากภาษีประชาชนตรงไหน”
โกวิท กล่าวอีกว่า สถานการณ์เช่นนี้ที่ผู้ฟ้องคือนักการเมืองส่วนจำเลยคือสื่อมวลชนนั้น จะนำไปสู่ข้อถกเถียงหลายประการว่า ต่อจากนี้สื่อมวลชนจะทำหน้าที่ตรวจสอบนักการเมืองได้อย่างไร
“เห็นได้ชัดว่า นี่เป็นอีกครั้งที่การฟ้องปิดปากถูกนำมาใช้ เฉพาะคดีเกี่ยวเนื่องกับการค้ามนุษย์ในแรงงานเก็บเบอร์รี ก็มีการฟ้องนักกิจกรรมอย่าง อรนุช ผลภิญโญ และฟ้องหทัยรัตน์ พหลทัพ ซึ่งเป็นสื่อมวลชน แทนที่จะเร่งตรวจสอบให้ทุกอย่างเกิดความกระจ่าง กลับฟ้องปิดปากคนที่ออกมาเรียกร้องหรือสื่อสารประเด็นนี้ต่อสาธารณะ
“ความล่าช้าในการหาคำตอบต่อเรื่องนี้ ส่งผลโดยตรงต่อแรงงานที่เดือดร้อนจากการกู้หนี้ยืมสินทั้งในระบบและนอกระบบเพื่อไปทำงานที่ฟินแลนด์และสวีเดน ผมยังจำใบหน้าของพวกเขาได้ทุกคน เสียงร้องไห้ของพวกเขายังแจ่มชัดเมื่อถูกถามว่าจะเอาอย่างไรต่อกับชีวิต ความยุติธรรมที่ล่าช้าจึงไม่ใช่ความอยุติธรรมเท่านั้น แต่ยังหมายถึงดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยที่พวกเขายังไม่รู้ว่าจะได้รับการชดเชยเยียวยาจากรัฐบาลไทยอย่างไร แทนที่จะเร่งแก้ปัญหานี้กลับฟ้องปิดปากนักข่าว ซึ่งน่าผิดหวังเป็นอย่างมาก”
โกวิท กล่าวอีกว่า ไม่ใช่แค่ผิดหวังในกระบวนการค้นหาความจริงกรณีแรงงานเก็บเบอร์รีเท่านั้น แต่ยังผิดหวังต่อสมาคมวิชาชีพสื่อรวมทั้งบรรดานักวิชาการสื่อสารมวลชนทั้งหลาย ที่เพิกเฉยต่อการคุกคามสื่อราวกับว่า ธุระไม่ใช่ บุคคลเหล่านี้ยังกล้าพูดเรื่องสิทธิเสรีภาพได้อย่างไร เพราะผ่านมากว่าสัปดาห์หลังหทัยรัตน์ถูกฟ้องก็ไม่มีแถลงการณ์ใดๆ ที่จะออกมาปกป้อง ครูบาอาจารย์อาจารย์ที่เพิกเฉยที่จะออกมาแสดงจุดยืนร่วมกันก็น่าสนใจว่าพวกเขาจะสั่งสอนศิษย์ของตนเองด้วยความเชื่อแบบไหน และจะทำอย่างให้สิ่งที่เขาพูดกับสิ่งที่เขาทำนั้นสอดคล้องกันอย่างเต็มภาคภูมิ
“สมาคมวิชาชีพสื่อ และนักวิชาการสื่อทั้งหลายควรออกมาพูดอะไรสักอย่างได้แล้ว ไม่ใช่เรียกร้องเพื่อให้ออกมาปกป้องผมและเพื่อน แต่ให้ปกป้องหลักการสิทธิและเสรีภาพสื่อ หรือหากลำบากใจก็พูดว่าตนเองไม่ได้เชื่ออย่างที่ตัวเองพร่ำสอนหรือปฏิญาณ ก็ยังดีกว่าเงียบงันเช่นนี้”
ก่อนหน้านี้ (21 มีนาคม) หทัยรัตน์ พหลทัพ ถูกฟ้องในลักษณะเดียวกันจากการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์กรณีแรงงานเก็บเบอร์รี โดยคำฟ้องมีการระบุความผิดหลายมาตรา รวมทั้งเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท ต่อมา 24 มีนาคม นายสุชาติ เปิดเผยว่า ตนได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายถอนฟ้องแล้ว
อย่างไรก็ตาม บรรณาธิการบริหาร The Isaan Record ยังไม่ได้รับเอกสารอย่างเป็นทางการว่ามีการถอนฟ้องจริง กระทั่งวันที่ 29 มีนาคม โกวิท โพธิสาร บรรณาธิการ The Isaan Record กลับได้รับหมายศาล ทำให้ทั้ง บก.บห. และ บก. ของสำนักข่าวเดียวกันนี้ถูกสุชาติ ชมกลิ่น ฟ้องทั้งคู่





