
“ฮูตี” พันธมิตรผู้ซื่อสัตย์ของอิหร่านในเยเมน ตัวแปรอันตรายในสมรภูมิความขัดแย้งระดับภูมิภาค
วงล้อมความขัดแย้งรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง ชื่อของกลุ่ม “ฮูตี” (Houthis) จึงเป็นจุดสนใจในฐานะกองกำลังติดอาวุธที่มีศักยภาพสูง สั่นคลอนเสถียรภาพทางการค้าและการเมืองรอบคาบสมุทรอาหรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐ-อิสราเอล กับอิหร่าน ก้าวเข้าสู่เดือนที่สองอย่างตึงเครียด
เยเมน
เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2026 กองทัพอิสราเอลเปิดเผยข้อมูลว่า สามารถตรวจพบการยิงขีปนาวุธจากดินแดนเยเมนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ความขัดแย้งกับอิหร่านปะทุขึ้น แม้รายละเอียดเกี่ยวกับเป้าหมายและผู้รับผิดชอบโดยตรงยังไม่ถูกเปิดเผยแน่ชัด แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากกลุ่มฮูตี ซึ่งเป็นพันธมิตรของกองทัพอิหร่าน ประกาศกร้าวว่าพวกเขาพร้อมลงมือ หากมีการยกระดับความรุนแรงต่อเนื่องกับอิหร่านและเครือข่าย “อักษะต่อต้าน” (Axis of Resistance)
การเข้ามามีส่วนร่วมของฮูตีในครั้งนี้ เป็นปัจจัยเสี่ยงสูงสุดที่จะขัดขวางการเดินเรือพาณิชย์รอบคาบสมุทรอาหรับ โดยเฉพาะในสภาวะที่การค้าโลกกำลังบอบช้ำจากการปิดตัวลงเกือบทั้งหมดของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก
ฮูตีคือใคร
กลุ่มฮูตีไม่เพียงเป็นกองกำลังติดอาวุธทั่วไป แต่เป็นขบวนการเคลื่อนไหวทั้งในมิติการเมือง ศาสนา และทหาร ผู้นำกลุ่มมาจากตระกูลฮูตีซึ่งมีฐานที่มั่นทางตอนเหนือของเยเมน พวกเขาเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ สายซัยดียะห์ (Zaydi)
ประวัติศาสตร์ของกลุ่มเต็มไปด้วยการต่อสู้ในรูปแบบสงครามกองโจรกับกองทัพรัฐบาลเยเมนมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ “อาหรับสปริง” ในปี 2011 เมื่อความวุ่นวายภายในประเทศเปิดโอกาสให้ฮูตีขยายอำนาจและสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับอิหร่าน จนกระทั่งสามารถยึดครองกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมนได้สำเร็จในปี 2014
ชัยชนะของฮูตีนำไปสู่การแทรกแซงทางทหารจากพันธมิตรอาหรับที่นำโดยซาอุดีอาระเบียในปี 2015 เพื่อหวังขับไล่กลุ่มนี้ออกจากอำนาจ แต่ตลอดหลายปีของการสู้รบ ฮูตีกลับแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถอันน่าตกใจ ทั้งการใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและจุดยุทธศาสตร์สำคัญในซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ย้อนกลับไปในช่วงเหตุการณ์ความไม่สงบหลังวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ฮูตีได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีเรือขนส่งสินค้าในทะเลแดง โดยอ้างว่าทำเพื่อสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในกาซา ปฏิบัติการดังกล่าวส่งผลให้เกิดการโต้ตอบด้วยการโจมตีทางอากาศจากทั้งอิสราเอลและสหรัฐ จนกระทั่งมีการหยุดยิงชั่วคราวที่สหรัฐ เป็นคนกลางไกล่เกลี่ยในเดือนตุลาคม 2025
แต่สถานการณ์ในปัจจุบัน (มีนาคม 2026) กลับมาคุโชนอีกครั้ง เมื่ออับดุล มาลิก อัล-ฮูตี ผู้นำกลุ่มได้แถลงผ่านโทรทัศน์ว่า “นิ้วของพวกเราอยู่บนไกปืนเสมอ และพร้อมจะลั่นไกทุกเมื่อหากสถานการณ์บีบบังคับ”
คำเตือนนี้เกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ผ่านมา กลุ่มฮูตีย้ำว่าจะไม่นิ่งเฉยหากชาติอื่นเข้าร่วมกับสหรัฐ และอิสราเอลในการทำสงครามกับอิหร่าน หรือหากมีการใช้พื้นที่ในทะเลแดงเพื่อโจมตีสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้
พันธมิตรหรือตัวแทน ?
แม้สหรัฐจะกล่าวหาว่าอิหร่านเป็นผู้ให้การสนับสนุนทั้งด้านงบประมาณ การฝึกอาวุธ และเทคโนโลยีขีปนาวุธผ่านทางกลุ่มเฮซบอลลาห์ แต่กลุ่ม ‘ฮูตี’ มักจะปฏิเสธการเป็นตัวแทนของอิหร่าน ทั้งยืนยันว่าพวกเขาพัฒนาอาวุธขึ้นเอง
แม้ฮูตีจะมีความสัมพันธ์ทางการเมืองที่สอดประสานกับอิหร่านและเฮซบอลลาห์ แต่ลึก ๆ แล้วเป้าประสงค์หลักของพวกเขายังคงเน้นไปที่วาระภายในประเทศเยเมนเป็นหลัก อีกทั้งหลักคำสอนทางศาสนาของพวกเขาก็ไม่ได้ยึดโยงกับผู้นำสูงสุดของอิหร่านอย่างเคร่งครัดเหมือนกลุ่มเฮซบอลลาห์ในเลบานอนหรือกลุ่มติดอาวุธในอิรัก
สิ่งที่นานาชาติกังวลมากที่สุดคือ “ความไม่แน่นอน” ของกลุ่มฮูตี ผู้สังเกตการณ์แบ่งมุมมองออกเป็นสองทาง :
- การโจมตีแบบอิสระ : บางส่วนเชื่อว่าฮูตีอาจเริ่มดำเนินการโจมตีเป้าหมายในประเทศเพื่อนบ้านด้วยตัวเองเป็นระยะเพื่อสร้างแรงกดดัน
- อีกกระแสเชื่อว่าฮูตีกำลังเก็บไพ่ตายไว้เพื่อรอจังหวะที่เหมาะสมที่สุดในการเข้าร่วมความขัดแย้งอย่างเต็มกำลัง ภายใต้การประสานงานกับอิหร่าน
หากกลุ่มฮูตีตัดสินใจปิดทางผ่านหรือโจมตีการเดินเรือในทะเลแดงอย่างรุนแรง ในขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดอยู่แล้ว จะเท่ากับเป็นการตัดเส้นเลือดใหญ่ทางการค้าและการส่งออกพลังงานของโลกโดยสิ้นเชิง ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจที่ประเมินค่าไม่ได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




