ย้อนกลับไป 4-5 ปีก่อนคุณกิน ‘สุกี้’ บ่อยแค่ไหน แล้วเดี๋ยวนี้คุณกิน ‘สุกี้’ บ่อยกว่าเมื่อก่อนรึเปล่า?
เพราะผู้บริหารของ ‘สุกี้ตี๋น้อย’ บอกว่า เดี๋ยวนี้คนไทยกินสุกี้บ่อยเหมือนกับกินข้าวผัดกะเพรา หรือเรียกได้ว่ากินจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว อะไรทำให้สุกี้ตี๋น้อยเชื่อแบบนั้น และตั้งเป้าจะขยายสาขามากถึง 60 สาขาภายในปีนี้ พร้อมเติบโตครั้งใหญ่กลายเป็น ‘สุกี้หมื่นล้าน’
Brand Inside คุยกับ เฟิร์น-นัทธมน พิศาลกิจวนิช ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอร์รองค์ จำกัด เจ้าของแบรนด์สุกี้ตี๋น้อยถึงความเปลี่ยนแปลงของวงการสุกี้และสิ่งที่สุกี้ตี๋น้อยจะทำในปีนี้

กำไรลด 26% เพราะโปรโมชันฟรีรีฟิล-ฟรีเป็ดย่าง-หมูกรอบ
‘เฟิร์น’ เริ่มต้นเล่าว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา ‘สุกี้ตี๋น้อย’ สร้างรายได้ 9,147 ล้านบาท เติบโตขึ้น 31% จากปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรลดลง 26% จาก 1,169 ล้านบาทในปีก่อนหน้ามาเหลือ 864 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา สาเหตุเพราะกำไรต่อไตรมาสลดลงจากปกติราว 200 ล้านบาทสู่ 57 ล้านบาทในไตรมาส 4 ของปี 2568
โดยยอดขายที่เพิ่มขึ้นของ ‘สุกี้ตี๋น้อย’ มาจากการขยายสาขาเพิ่มขึ้นตลอดปี แต่สาเหตุที่กำไรลดลง ‘เฟิร์น’ อธิบายว่า มาจากการทำโปรโมชันฟรี ‘น้ำรีฟิล’ เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาจับต้องได้ในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น อันเป็นจุดมุ่งหมายเดิมของสุกี้ตี๋น้อยตั้งแต่ยุคก่อตั้ง
นอกจากนั้น ‘สุกี้ตี๋น้อย’ ยังจัดทำโปรโมชันฟรี ‘หมูกรอบ-เป็ดย่าง’ บางช่วงเวลา โดยบริษัทมองการทำโปรโมชันเป็นการลงทุน เพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ให้เข้ามาทดลองกินสุกี้ตี๋น้อยได้ง่ายขึ้น เมื่อรวมกับงบบริจาคช่วยเหลือน้ำท่วมหาดใหญ่กว่า 20 ล้านบาท จะเท่ากับสุกี้ตี๋น้อยใช้งบไปราว 388 ล้านบาท จึงทำให้กำไรของตี๋น้อยในไตรมาส 4 ของปีก่อนลดลงมากจากระดับปกตินั่นเอง

ถึงสุกี้ตี๋น้อยจะมีกำไรลดลง แต่ ‘เฟิร์น’ บอกว่า สิ่งที่ลงทุนไปก็ทำให้ในปี 2568 ที่ผ่านมา ‘สุกี้ตี๋น้อย’ สามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าขึ้นไปแตะ 36 ล้านคน เพิ่มขึ้น 9.1 ล้านคนจากปีก่อนหน้า รวมถึงในช่วงไตรมาสสุดท้ายยังมียอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) เพิ่มขึ้น 4% ด้วย
ช่วงหนึ่งในงานแถลงข่าว ‘เฟิร์น’ พูดถึงการวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์หลายๆ คนที่บอกว่าบริษัทสุกี้ตี๋น้อยอยู่ในขาลงว่า ทำให้เกิดผลกระทบต่อบริษัทอย่างมาก เพราะทำให้ผู้เช่าในต่างจังหวัดหลายพื้นที่กังวลและไม่มั่นใจจะให้เช่าพื้นที่ กลัวว่าบริษัทจะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า หรือแม้แต่บริษัทซอฟต์แวร์ที่กำลังเจรจากันอยู่ก็หายไปกลางคัน เพราะเข้าใจผิดว่าสถานการณ์การเงินของสุกี้ตี๋น้อยไม่ดีแล้ว
ผู้ก่อตั้งสุกี้ตี๋น้อยยืนยันว่า บริษัทไม่มีปัญหาด้านกระแสเงินสดเลยแม้แต่น้อย ยกตัวอย่างเช่นการจ่ายโบนัสพนักงานกว่า 77 ล้านบาทก็เป็นการจ่ายด้วยเงินสด และงบลงทุนที่เตรียมไว้ลงทุนเพิ่มในปีนี้มากกว่า 1,200 ล้านบาทก็เป็นเงินหมุนเวียนภายในบริษัท ไม่ได้กู้ยืนจากสถาบันการเงินแต่อย่างใด
‘สุกี้’ กลายเป็น ‘กะเพรา’ คนไทยกินบ่อยในชีวิตประจำวัน
สอดคล้องกับผลประกอบการในช่วงไตรมาส 1 ของปีนี้ที่ ‘สุกี้ตี๋น้อย’ มีจำนวนลูกค้ารวม 10.28 ล้านคน เพิ่มขึ้น 36% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และมียอดขายรวมเพิ่มขึ้นเป็น 2,627 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) ก็เพิ่มขึ้นเช่นกันที่ 3.5% แล้ว
‘เฟิร์น’ บอกว่า ผลประกอบการสะท้อนว่าการคืนกำไรในไตรมาส 4 ให้ผลตรงกับที่บริษัทคาดการณ์ไว้จริงๆ
นอกจากนั้น ตลาดสุกี้ในภาพใหญ่เองก็เติบโตขึ้นมาก โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ตลาดสุกี้เติบโตขึ้นเฉลี่ยปีละ 11% ทำให้มูลค่าตลาดเพิ่มจาก 23,000 ล้านบาทในปี 2566 มาเป็น 27,000 ล้านบาทในปี 2567 และเติบโตขึ้นไปถึง 31,000 ล้านบาทแล้วในปีที่ผ่านมา
เรียกได้ว่า ตอนนี้ “สุกี้” กลายเป็นอาหารประจำวัน กลายเป็นผัดกะเพรา เป็นอาหารที่คนไทยกินบ่อยๆ ในชีวิตประจำไปแล้ว

สมาชิกทะลุ 3 ล้านคนในเวลาแค่ 6 เดือน
อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ผู้บริหารสุกี้ตี๋น้อยมองว่าประสบความสำเร็จคือ ‘ระบบสมาชิก’ หรือ CRM ที่ก่อนหน้านี้แม้จะเปิดบริการนาน 5-6 ปี แต่สุกี้ตี๋น้อยมีสมาชิกแค่ 8 แสนคน จนกระทั่งบริษัทตัดสินใจลงทุนทำระบบสมาชิกใหม่ครั้งใหญ่ ทำให้สามารถเพิ่มจำนวนสมาชิกไปถึง 3 ล้านคนได้ภายในระยะเวลาแค่ 6 เดือน
ตอนนี้สุกี้ตี๋น้อยมีสมาชิกเข้าใช้บริการ 39,887 คนต่อวัน คิดเป็น 1.3% ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด สุกี้ตี๋น้อยจึงเห็นโอกาสอีกมากจากลูกค้ากลุ่มสมาชิก เพราะถ้ามีลูกค้าสมาชิกราว 4-5% ของ 3 ล้านคนเข้ามาใช้บริการก็จะเท่ากับสุกี้ตี๋น้อยได้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากกว่าแสนคนต่อวันแล้ว
ตั้งเป้าเปิดอีก 60 สาขา ยอดขายทะลุ 13,000 ล้าน
ในปีนี้ ‘เฟิร์น’ วางเป้ายอดขายเอาไว้ 1.3 หมื่นล้านบาท เติบโต 42% จากปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะเพิ่มยอดขายจากการขยายสาขา การเปิดตัวแบรนด์ใหม่
และการเปิดตัวโมเดลใหม่อย่าง ‘สุกี้ตี๋น้อย พลัส’ ราคา 299 บาท ได้น้ำซุป 3 ช่อง รวมน้ำซุปหมาล่า-หมาล่านม-กระดูกหมู-น้ำจิ้มงา พร้อมเมนูซูชิ-ซอฟต์เสิร์ฟ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มทั้งทางเลือกใหม่ให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าเพิ่มขึ้น ขณะที่บริษัทได้ยอดใช้จ่ายสูงขึ้นไปพร้อมๆ กัน
ส่วนสาขาตั้งเป้าจะขยายอีก 60 สาขาในปีนี้ แบ่งเป็นโมเดลสุกี้ตี๋น้อย 40 สาขา ตี๋น้อยบาร์บีคิว 2 สาขา สุกี้ตี๋น้อยโกลด์ 9 สาขา และแบรนด์ใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ ที่ตั้งเป้าจะเปิดถึง 9 สาขาภายในปีเดียว พร้อมคาดว่าจบปีแบรนด์หลักอย่าง ‘สุกี้ตี๋น้อย’ จะมีสาขาให้บริการ 133 สาขาทั่วประเทศ
ที่ผ่านมาเวลา Brand Inside มีโอกาสได้ฟัง เฟิร์น-นัทธมน พิศาลกิจวนิช ตั้งเป้าให้กับสุกี้ตี๋น้อยหลายครั้ง และสุดท้ายเมื่อผลออกมานั้นเธอไม่เคยพลาด ปีนี้จึงเป็นอีกช่วงเวลาสำคัญที่เฟิร์นจะพาสุกี้ตี๋น้อยก้าวไปข้างหน้า เพื่อพิสูจนบทใหม่ของสุกี้ตี๋น้อยว่าจะกลายเป็น ‘สุกี้หมื่นล้าน’ ได้ในปีนี้หรือไม่

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




