เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่ช่องอานม้า เนิน 677 อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี พ.ท.จิรานุวัฒน์ ศรีหอม รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 (รอง ผบ.ฉก.ทพ.23) กล่าวว่า สงครามที่เกิดขึ้น ล้วนต้องได้รับความกดดันอยู่แล้ว ทั้งรอบ 1 และรอบ 2 ซึ่ง การสู้รบในรอบที่ 2 ห้วงเดือนธันวาคม 2568 เราสามารถเข้าควบคุมพื้นที่เนิน 677 ได้ก่อนเป็นที่แรก ซึ่งเราได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้แล้ว จากนั้นขยายไปในพื้นที่อื่นๆ เพราะพื้นที่แห่งนี้ เป็นเนินที่สูงที่สุดในพื้นที่ช่องอานม้า ทั้งนี้ ห้วงการปะทะรอบแรก เดือนกรกฎาคม 2568 เราสูญเสียทหารไป 1 นาย ชื่อว่า สิบโท ต่อพงษ์ พันดวง สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 16 ค่ายบดินทรเดชา (ค่ายสิงห์ศึก) จ.ยโสธร จากนั้นห้วงการปะทะรอบ 2 เราสูญเสียทหารร่วมรบอีก 6 นาย รวมทั้งสิ้น 7 นายที่พลีชีพในสมรภูมิช่องอานม้า
พ.ท.จิรานุวัฒน์ กล่าวอีกว่า พร้อมกันนี้ การเข้ายึดพื้นที่เนิน 677 เราใช้ระยะเวลาในการเข้าตี รวมแล้ว 5-6 วัน แต่เราต้องมั่นใจว่าการต่อต้านของกัมพูชาน้อยที่สุด ซึ่งใช้ทั้งอาวุธยิงสนับสนุน โดรนโจมตีในการทำลายที่หมายก่อน เมื่อมีโอกาสเหมาะเราจึงให้หน่วยเริ่มดำเนินการปฏิบัติการ ส่วนเนิน 500 ใช้เวลาเข้าตี 3 วัน ซึ่งเป็นหน่วยทหารราบ เข้าปฏิบัติต่อที่หมาย ตลอด 3 วัน จนกว่าจะยึดพื้นที่ได้ทั้งหมด นอกจากนี้ การเข้าตีไม่มีกำหนดเวลาว่าต้องใช้ระยะเวลากี่วันในการเข้าควบคุมพื้นที่ได้ แต่เรากำหนดด้วยความปลอดภัยของกำลังพลที่จะเข้าปฏิบัติในพื้นที่ โดยเน้นย้ำเรื่องของกำลังพล ว่าจะต้องปลอดภัยที่สุด ซึ่งยากมากในการสร้างสภาวะเกื้อกูลให้กัน ในการปฏิบัติงานแต่ละที่หมาย
เมื่อถามว่าการร่วมมือกันในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ช่วงอานม้ามีทั้งหมดกี่เหล่า พ.ท.จิรานุวัฒน์กล่าวว่า ในพื้นที่ช่องอานม้ามีการบูรณาการร่วมกันหลายเหล่าร่วมกัน ทั้ง ทหารพราน ทหารราบ ทหารม้า ทหารปืนใหญ่ ต้องผสานสอดคล้องกันทุกส่วน ต้องดำเนินการด้วยจังหวะเดียวกัน และต้องคุยภาษาเดียวกัน และปฏิบัติในช่วงเวลาเดียวกันที่ถูกต้อง ส่วนกองทัพอากาศก็เข้ามามีส่วนร่วมเช่นเดียวกัน
เมื่อถามทิ้งท้ายว่า อยากฝากอะไรถึงรัฐบาลและประชาชนหรือไม่ หลังจากที่ทหารไทยเข้าควบคุมพื้นที่ได้สำเร็จและนำกลับมาคืนสู่แผ่นดินไทยอีกครั้ง อยากให้ประชาชนและรัฐบาลช่วยดูแลต่ออย่างไรบ้าง พ.ท.จิรานุวัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันทหารไทยได้วางกำลังในพื้นที่อยู่แล้ว แต่ก็ขอกำลังใจให้กับทหารที่อยู่ปฏิบัติในพื้นที่ชายแดน ให้เขามีกำลังใจที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่ของเค้าเอง ทั้งนี้ หากเกิดสถานการณ์รอบที่ 3 ทางกองทัพบก กองกำลังป้องกันชายแดน มีความพร้อมอยู่แล้ว ก็ขอให้ความมั่นใจกับประชาชนในการปกป้องอธิปไตยของชาติ






