เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ระบุว่าพรรคเพื่อไทยติดตามสถานการณ์จุดความร้อน (Hotspot) และวิกฤตฝุ่นควัน PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิดด้วยความห่วงใยยิ่ง ต่อผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยพรรคขอแสดงจุดยืนและข้อเสนอแนะเพื่อให้รัฐบาลเร่งดำเนินการจัดการปัญหาอย่างเร่งด่วน ดังนี้
1.ยกระดับการบริหารจัดการเชิงรุก (Proactive Management) ขอให้รัฐบาลเร่งระดมเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครลงพื้นที่ทำแนวกันไฟในจุดเสี่ยง เพื่อสกัดกั้นและลดการขยายตัวของจุด Hotspot โดยใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อระบุพิกัดที่แม่นยำ พร้อมทั้งประสานงานกับส่วนท้องถิ่นในการเฝ้าระวังพื้นที่ป่าอย่างเข้มข้นตลอด 24 ชั่วโมง
2.ระดมสรรพกำลังและดูแลสวัสดิการเจ้าหน้าที่ ขอให้รัฐบาลเร่งระดมเครื่องมือ อุปกรณ์ดับไฟป่า และอากาศยานสนับสนุนการดับเพลิงจากทั่วประเทศเข้าสู่พื้นที่วิกฤตโดยเร็วที่สุด เพื่อจำกัดผลกระทบทั้งในด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ และขอให้มีการจัดสวัสดิการและค่าตอบแทน ให้กับเจ้าหน้าที่ด่านหน้าและอาสาสมัครอย่างเหมาะสมและทั่วถึง เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางความเสี่ยง
3.ดูแลกลุ่มเปราะบาง ขอให้รัฐบาลดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ เร่งนำส่งอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นให้กับกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
4.การแก้ไขปัญหาระยะยาว ขอให้รัฐบาลบรรจุแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันทั้งในประเทศและข้ามชายแดนลงในคำแถลงนโยบายเพื่อยืนยันถึงความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน
ทีมพรรคเพื่อไทยในพื้นที่ภาคเหนือและองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานงานช่วยเหลือเบื้องต้น อาทิ การแจกหน้ากากอนามัย N95 และอุปกรณ์ยังชีพอื่นๆ ปัญหาสิ่งแวดล้อมและฝุ่นควันไม่ใช่เรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่คือวิกฤตของคนทั้งชาติ พรรคเพื่อไทยพร้อมทำงานเคียงข้างและสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาล เพื่อให้พี่น้องชาวเหนือกลับมาหายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง เพราะชีวิตและสุขภาพของประชาชน คือสิ่งที่เรายอมให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ไม่ได้






