เอกอัครราชทูตรัสเซีย ตอบทุกคำถาม เจาะลึกความร่วมมือรอบด้าน

เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและประเทศต่างๆ หนึ่งในความสัมพันธ์ที่หลายคนอาจนึกถึงคือไทยและรัสเซียที่จะมีการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 130 ปีในปีหน้า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไทยและรัสเซียต่างมีความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนในหลายด้านมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นภาคการเมือง เศรษฐกิจ และประชาชนสู่ประชาชน

เมื่อเร็วๆ นี้ นายเยฟกินี โทมิคิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย เดินทางเยือนสำนักงานของมติชน เพื่อพบหารือกับผู้บริหารของมติชน จึงเป็นโอกาสดีที่ได้สัมภาษณ์เอกอัครราชทูตโทมิคินถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทย-รัสเซีย ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ไปจนถึงการครบรอบ 4 ปีของการทำสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน

๐ไทยและรัสเซียมีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ที่ย้อนไปเกือบ 130 ปีตั้งแต่ในช่วงสมัยของการล่าอาณานิคม มองความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในห้วงเวลานี้อย่างไร

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและรัสเซียมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและไม่เหมือนใคร มีการสถาปนาความสัมพันธ์กันในปี ค.ศ. 1897 ท่ามกลางช่วงที่การเมืองของโลกมีความซับซ้อนอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเราน่าประทับใจมากเป็นพิเศษคือการที่ความสัมพันธ์ของเราถูกสร้างบนรากฐานของความเคารพซึ่งกันและกันและความเท่าเทียมกัน รากฐานทางประวัติศาสตร์นั้นยังคงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดแนวทางการพูดคุยและความร่วมมือของเราจนถึงทุกวันนี้

ตัดภาพมาในวันนี้ ความสัมพันธ์ของเราเรียกได้ว่าเน้นการปฏิบัติ สมดุล และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไทย-รัสเซียรักษาการติดต่อทางการเมืองทั้งในระดับสูงสุด ความร่วมมือทางเศรษฐกิจก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง แถมยังมีความหลากหลายออกไป ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องการค้า การลงทุน ความร่วมมือทางพลังงาน การเกษตร และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม อีกสิ่งที่สำคัญคือความเป็นพันธมิตรระหว่างไทยและรัสเซียไม่ได้ถูกชี้นำโดยบุคคลที่สาม

Advertisement

สิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัสเซียมีความลึกซึ้งอย่างมากคือมิติด้านมนุษย์ การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ความร่วมมือทางวิชาการ และการเติบโตในภาคการท่องเที่ยว การที่ชาวรัสเซียหลายแสนคนเลือกเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยทุกปีนั้นเป็นสิ่งที่พูดแทนทุกอย่างว่านี่ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่เป็นความเชื่อมั่นที่ชาวรัสเซียมีต่อไทย

ความสัมพันธ์ของเราทอดยาวเหนือกาลเวลา และเชื่อว่าความสัมพันธ์นี้จะยังคงเติบโตต่อไปด้วยพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน

๐ในปีนี้ ทางเอกอัครราชทูตมีแผนที่จะกระชับความร่วมมือกับรัฐบาลไทยในด้านใด

รัสเซียอยากกระชับความร่วมมือกับไทยในหลานด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ มิติด้านประชาชน และมิติทางวัฒนธรรม สำหรับเรื่องการเมือง เราสนใจที่จะกระชับความร่วมมือในประเด็นของภูมิภาคและระหว่างประเทศ กระชับการประสานงานในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี เช่น คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-รัสเซีย ในปีนี้จะมีการจัดการประชุมเศรษฐกิจรัสเซีย-ไทย ที่จังหวัดภูเก็ตในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ ชี้ถึงความสนใจร่วมกันในการขยายการลงทุนและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

ความร่วมมือทางวัฒนธรรมก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพราะเป็นรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์ของเรา ในปีนี้ รัฐบาลรัสเซียจะจัดกิจกรรม Russian Seasons ในประเทศไทย เป็นโครงการทางวัฒนธรรมครั้งใหญ่ที่จะนำการแสดงทางวัฒนธรรมต่างๆ ของรัสเซีย ไม่ว่าจะเป็น ศิลปะ ดนตรี ภาพยนตร์ นิทรรศการ และโครงการทางการศึกษามาจัดในประเทศไทย เพื่อกระชับความร่วมมือประชาชนสู่ประชาชน และความเข้าใจอันดีของทั้งสองประเทศ

ดังนั้นในภาพรวม รัสเซียมุ่งมั่นที่จะกระชับความร่วมมือในภาคการศึกษา วิทยาศาสตร์ กีฬา และความร่วมมือข้ามภูมิภาค โดยเสริมสร้างมิติภาคประชาชนของความสัมพันธ์ทวิภาคีควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม

๐ไทยเพิ่งมีการเลือกตั้งไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ มีความคาดหวังอย่างไรกับรัฐบาลชุดใหม่ของไทย

รัสเซียเคารพสิ่งที่ชาวไทยเลือกและพร้อมที่จะทำงานกับทุกรัฐบาลอยู่แล้ว ความคาดหวังหลักของทางฝั่งรัสเซียคือเสถียรภาพและความพร้อมที่จะเจรจาหารือกัน แน่นอนว่ารัสเซียพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลชุดใหม่ของไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อเดินหน้าต่อในสิ่งที่เป็นประโยชน์ร่วมกันและพัฒนาความร่วมมือทวิภาคีกัน

๐รัสเซียเพิ่มการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตัดภาพมาที่ประเทศไทยแล้ว นักลงทุนรัสเซียมีความสนใจในการลงทุนในประเทศไทยในภาคส่วนใด

ตามปกติแล้ว นักลงทุนและนักธุรกิจของรัสเซียจะให้ความสนใจในภาคส่วนที่ความร่วมมือทวิภาคีมีศักยภาพที่จะเติบโต อาทิ ภาคการท่องเที่ยวหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เมื่อดูจากปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทย หรือภาคส่วนที่ไทยและรัสเซียมีความร่วมมือทางเศรษฐกิจมายาวนานอย่างเกษตรกรรมหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม หรือภาคส่วนที่มีศักยภาพในการค้าและการผลิตร่วมกัน เช่น เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะภาคส่วนที่เปิดให้บริษัทของรัสเซียและไทยมีความร่วมมือกัน เช่น พลังงาน ซึ่งมีความสนใจมากขึ้นในเรื่องพลังงานหมุนเวียนและพลังงานที่มีปริมาณการปล่อยคาร์บอนต่ำ

๐จริงอยู่ที่นักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางมาประเทศไทยมากเป็นประวัติการณ์เมื่อปีที่แล้ว แต่เราก็เห็นข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวรัสเซียบางส่วนที่ไม่เหมาะสมที่หลายคนอาจบอกว่าเป็นเหมือน มาเฟียรัสเซีย ทางทูตรัสเซียมองเรื่องนี้อย่างไร

ก่อนอื่นเลย อยากบอกว่าเราให้ความสำคัญกับประเทศไทยว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวรัสเซีย นักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางมาประเทศไทยในปี 2025 มากถึงเกือบ 1.9 ล้านคน ซึ่งตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความลึกซึ้งของมิตรภาพระหว่างประชาชนสู่ประชาชนและความเชื่อมั่นในระดับสูง อย่าลืมว่าไทยเองก็ได้กำไรจากนักท่องเที่ยวรัสเซียที่มาใช้จ่ายในประเทศในหลักหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งก็เป็นส่วนช่วยเหลือเศรษฐกิจไทยเช่นกัน

ประเด็นเรื่องพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวบางคนที่ไม่เหมาะสมอย่างที่หลายคนอ้างนั้นก็ขอให้อย่าเหมารวม เพราะนักท่องเที่ยวรัสเซียส่วนใหญ่เคารพกฎหมาย วัฒนธรรม และประเพณีของไทย เป็นธรรมดาที่เมื่อปริมาณนักท่องเที่ยวยิ่งมาก กรณีแบบนี้ก็อาจเกิดขึ้นได้ และเรื่องแบบนี้อาจเกิดขึ้นจากนักท่องเที่ยวทุกเชื้อชาติ ทางการรัสเซียและทางสถานทูตย้ำเตือนประชาชนของเราอยู่เสมอถึงความสำคัญในการปฏิบัติตามกฎหมายและเคารพธรรมเนียมของไทย

ดังนั้นการบอกว่ามี มาเฟียรัสเซีย นั้นมองว่าไม่จริงและไม่ยุติธรรมที่จะเหมารวมนักท่องเที่ยวรัสเซียทุกคน รวมถึงไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงที่เกิดขึ้น การท่องเที่ยวเป็นสะพานสำคัญที่เชื่อมประชาชนสองประเทศเข้าด้วยกัน ภารกิจร่วมกันของเราคือการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบ ส่งเสริมการรับรู้ทางวัฒนธรรม และกระชับความร่วมมือเพื่อให้การแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวจะยังคงเป็นผลดีต่อทั้งสองประเทศ

๐วันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเป็นการครบรอบ 4 ปี สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียในทั้งสองฝ่าย มีโอกาสหรือไม่ที่สงครามนี้จะยุติอย่างสงบในปีนี้

เราย้ำว่ารัสเซียมองว่าจะต้องมีการแก้ไขปัญหาต้นตอของความขัดแย้งกับยูเครนเพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียเคยกล่าวถึงต้นตอของความขัดแย้งไว้ อาทิ การขยายอิทธิพลขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) หรือการที่ยูเครนต้องการเข้าเป็นสมาชิกของนาโต หรือนโยบายของรัฐบาลยูเครนที่ต้องการกำจัดทุกอย่างเกี่ยวกับรัสเซีย เช่น ภาษา วัฒนธรรม และความเชื่อตามหลักการของศาสนาคริสต์ นิกายออร์โธดอกซ์

ทางฝั่งยุโรปเองก็ลังเลที่จะส่งเสริมสันติภาพในยูเครนอีกด้วย ตอนนี้ประชาคมระหว่างประเทศหันไปให้ความสนใจกับการติดต่อพูดคุยระหว่างสองฝ่าย ซึ่งก็มีความคืบหน้าเพราะเพิ่งมีการเจรจาโดยตรงระหว่างผู้แทนของรัสเซีย ยูเครน และสหรัฐเป็นรอบที่ 3 เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในขณะเดียวกัน ผู้นำยุโรปส่วนหนึ่งก็ยังไม่ละทิ้งความพยายามที่จะกดดันรัสเซีย โดยกดดันให้รัสเซียยอมรับข้อตกลงสันติภาพที่เอื้อประโยชน์ให้กับชาติตะวันตก

พลเรือนชาวรัสเซียเสียชีวิตทุกวันจากอาวุธที่ยูเครนได้มาจากชาติตะวันตกมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ประเทศยุโรปยังคงทำให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายออกไป และยั่วยุด้วยการใช้ถ้อยคำที่ต่อต้านรัสเซีย ยุโรปมีความเชื่อว่ารัสเซียใกล้จะเปิดฉากโจมตีนาโตและอียู ยุโรปยังวางแผนให้สังคมของตัวเองเตรียมความพร้อมกับการทำสงครามแบบเต็มรูปแบบ

ผมขอถามว่าเมื่ออ่านถึงตอนนี้แล้ว คุณคิดว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายรุกราน