ประธานศาล รธน. มองระบอบประชาธิปไตยสมัยใหม่ พลเมืองควรมีความรู้-กล้าเขียนคำร้อง

นครินทร์ เมฆไตรรัตน์
นครินทร์ เมฆไตรรัตน์

นครินทร์ มองระบอบประชาธิปไตยสมัยใหม่ พลเมืองควรมีความรู้-ความกล้า เขียนคำร้องเป็นคดีได้ เทียบตุลาการเหมือนแพทย์ผ่าตัด ไม่ได้สอนหนังสือแต่ชำนาญภาคปฏิบัติ รับข้อเสนอ ‘โฆษกศาล’ แต่ยังไม่สำเร็จ ห่วงสร้างประเด็นโต้เหมือนชวนทะเลาะ

นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวบรรยายถึงบทบาท ทิศทาง และความท้าทายของศาลรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า สื่อและศาลต้องปรับตัวเข้าหากันและเข้าใจธรรมชาติของกันและกัน โดยไม่อยากให้เกิดการโทษกัน ปัจจุบันสภาพของสื่อมวลชนเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมากด้วยปัจจัยด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และสังคม

นายนครินทร์ ชี้แจงถึงข้อจำกัดด้านอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญว่า ศาลมีอำนาจมากในบางเรื่อง แต่ไม่ได้เป็นผู้บริหารที่มีงบประมาณในมือกว่า 3 ล้านล้านบาทเศษเช่นเดียวกับคณะรัฐมนตรี เนื่องจากศาลมีงบประมาณเพียงราว 300 ล้านบาท

นอกจากนี้ ศาลจะมีอำนาจพิจารณาได้ก็ต่อเมื่อมีผู้ยื่นเรื่องเข้ามาเป็นคดีเท่านั้น ปัญหาความไม่พอใจทางการเมืองบางเรื่อง หากไม่เข้าองค์ประกอบและไม่เป็นคดี ศาลก็ไม่สามารถตัดสินได้ การที่ศาลไม่ได้ดำเนินการใดๆ ไม่ใช่ว่าศาลไม่รู้สึกเดือดร้อน แต่เป็นเพราะไม่มีคดียื่นเข้ามา หากสังคมมีข้อสงสัยถึงมาตรฐานการลงโทษบุคคลต่างๆ จำต้องพิจารณาจากคำร้องที่ยื่นเข้ามาว่าเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ และมีองค์ประกอบคดีอย่างไร

ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เน้นย้ำว่า ระบอบประชาธิปไตยสมัยใหม่ต้องการพลเมืองที่รู้เท่าทันทางการเมือง ชาญฉลาด และกล้าหาญ (Active Citizen) พลเมืองต้องรู้วิธีเขียนคำร้องให้เข้าองค์ประกอบคดีและต้องกล้าแสดงตัว ไม่ใช่การเขียนบัตรสนเท่ห์

Advertisement

นายนครินทร์ ยังได้เปรียบเทียบการทำหน้าที่ของตุลาการกับการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ว่า เมื่ออยู่ศาล การตัดสินต้องมีเพียงถูกกับผิดตามหลักกฎหมายเท่านั้น ไม่มีทางเลือกกลางๆ เหมือนการตัดเกรด A, B และ C แต่ศาลต้องออกผลลัพธ์เป็น A หรือ F (ออกหัวหรือออกก้อย) พร้อมระบุว่าตนเองต้องควบคุมการพูดให้เหมาะสม โดยบางครั้งหากพูดเกินเลยก็จะมีเพื่อนร่วมงานผู้อาวุโสคอยตักเตือน

ส่วนความคาดหวังที่จะให้ศาลมีโฆษกนั้นยังไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากยังไม่มีบุคคลใดมีความกล้าพอที่จะมาทำหน้าที่ และเชื่อว่าแม้จะมีโฆษก สื่อก็อาจไม่ไปสัมภาษณ์อยู่ดี ขณะเดียวกัน การให้ตุลาการไปแถลงชี้แจงคำตัดสินเองก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควร โดยมองว่าหน้าที่การอธิบายคำตัดสินเป็นของสื่อมวลชน

Advertisememt

นอกจากนี้ ศาลยินดีรับฟังการวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยจากนักวิชาการ ไม่ว่าจะเป็นการชื่นชมหรือตักเตือนเมื่อเกิดความผิดพลาด แต่ขอให้กระทำด้วยความสุภาพ เนื่องจากมีกฎหมายว่าด้วยการละเมิดอำนาจศาลบังคับใช้อยู่ โดยศาลเคยเชิญอาจารย์มหาวิทยาลัย 1 ท่านมาพูดคุยทำความเข้าใจในประเด็นนี้จนเป็นที่เข้าใจตรงกันมาแล้ว

ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้เปรียบเทียบตุลาการกับบุคลากรทางการแพทย์ โดยระบุว่าอาจารย์แพทย์มี 2 ประเภท คือ ศาสตราจารย์แพทย์ที่สอนหนังสือเพียงอย่างเดียว และศาสตราจารย์คลินิกที่ทำการผ่าตัดเป็นประจำแต่ไม่ชอบสอนหนังสือ ซึ่งเมื่อผู้ป่วยต้องเข้ารับการผ่าตัด มักจะเชื่อมั่นในฝีมือของศาสตราจารย์คลินิกมากกว่า

เช่นเดียวกับตุลาการที่ไม่ใช่อาจารย์สอนหนังสือ แต่เป็นผู้ปฏิบัติงานจริงทุกวัน ทำให้รู้ขั้นตอนและวิธีพิจารณาความอย่างดี แตกต่างจากนักวิชาการบางท่านที่อาจสอนหนังสือเก่ง เข้าใจภาพรวมการแพทย์ แต่ขาดความเข้าใจในภาคปฏิบัติ หรืออาจมีความเข้าใจที่ล้าสมัยไปแล้ว

ในช่วงท้าย นายนครินทร์ ยังยอมรับถึงช่วงเวลาที่ความเป็นศาลรัฐธรรมนูญตกต่ำที่สุดตลอดการก่อตั้งมา 28 ปี ซึ่งระบุว่าช่วงปี 2540 จากความผิดพลาดในการนับคะแนนลงมติคดีวินิจฉัยการยื่นทรัพย์สินของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร หรือที่รู้จักในชื่อคดี 4:4:7 ซึ่งมีการรวมมติผิดพลาดในการพิจารณา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง