
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่โรงแรมดีวาน่า พลาซ่า กระบี่ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยถึงการสรรหาตุลาการใหม่ ซึ่งขั้นตอนต้องมาจากวุฒิสภาให้ความเห็นชอบ แต่มีการถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น ส.ว.สีน้ำเงิน ว่า เชื่อว่าที่มาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งความเป็นอิสระก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ในใจของตนคนที่มาจากสายการเป็นอาจารย์เช่นเดียวกันกับตน ไม่ว่าจะผ่านอะไรมาความเป็นอิสระก็อยู่ตลอด แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องความไม่ไว้วางใจหรือเคลือบแคลงใจต่อ ส.ว. แต่คิดว่าเป็นกระบวนการที่กฎหมายกำหนดไว้อยู่แล้ว แล้วเราจะทำอย่างไรกับกระบวนการเหล่านี้ ซึ่งเป็นกระบวนการที่เริ่มมาแล้ว ต้องใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 ก็ไม่ได้ฉุกคิดว่าจะเป็นปัญหาอย่างไร แต่พอเริ่มใช้แล้วก็จะรู้ว่ามีปัญหา เปรียบเสมือนการซื้อบ้านที่เข้าไปอยู่แล้วถึงจะรู้ถึงปัญหา
ด้าน นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวยกตัวอย่างกรณีของตนเอง ว่า วงภายในศาลคุยกันอยู่ตลอด ซึ่งความจริงแล้วตนไม่ได้มาจาก ส.ว.ชุดนี้ เพราะตนมาในชุดเก่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ แต่ทุกครั้งจะมีการพูดว่า คนที่มาจากกฎหมายเหล่านี้เหมือนเป็นผลไม้พิษ ซึ่งตนเจ็บช้ำน้ำใจมาตลอด แต่ทุกครั้งตนไม่ทราบมาก่อนเลยว่าหลังจากที่ผ่านที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือกมาแล้ว จะผ่าน ส.ว. ตนก็ไม่ติดใจ ให้ไปเช็กประวัติเลยเรามั่นใจพร้อมให้ตรวจสอบ แต่มารู้ที่หลังว่า การที่ตนเข้าไปในกระบวนการสรรหาของวุฒิสภาทาง ส.ว. จะถามมายังสภาผู้แทนราษฎรทุกคนเลยว่า ผู้ที่อยู่ในกระบวนการสรรหา มีข้อติติงทักท้วงอะไรหรือไม่ ให้ฟ้องหรือบอกมาเลย ที่ทราบเรื่องนี้เพราะมี ส.ส.ที่เคยเรียนมาด้วยกันโทรมาถามว่า ส.ว.ให้โทรมาถาม ส.ส.ทั้งหมดว่าใครมีอะไรติชมก็ให้พูดไปเลย เขาจะได้ไปตรวจสอบประวัติ ตนถึงรู้ว่าตอนนั้น ตนผ่านกระบวนการเหล่านี้มาแล้ว ก็ไม่เห็นมีใครมาร้องสักคน แต่มีการไปพูดภายนอกทุกครั้งถ้ามีตนก็โดนติไปแล้ว พร้อมยืนยันว่า ตนไม่เคยมีอคติอะไร นี่คือสิ่งที่ไม่อยากจะพูดเลยว่า บางครั้งบางอย่างอะไรที่เป็นประโยชน์ไม่เอาไปพูด





