
อิหร่านได้โจมตีและทำให้เรือบรรทุกน้ำมันดิบที่บรรทุกเต็มลำมากถึง 2 ล้านบาร์เรล จนเกิดไฟลุกไหม้นอกชายฝั่งดูไบในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 31 มีนาคม หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่าสหรัฐจะทำลายโรงไฟฟ้าและบ่อน้ำมันของอิหร่านอย่างสิ้นเชิง หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ
การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน อัล-ซัลมี ซึ่งชักธงคูเวต ถือเป็นเหตุโจมตีล่าสุดต่อเรือพาณิชย์ด้วยขีปนาวุธ หรือโดรนติดวัตถุระเบิดทั้งทางอากาศและทางทะเลในบริเวณอ่าวอาหรับและช่องแคบฮอร์มุซ นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
บริษัทคูเวต ปิโตรเลียม คอร์ปอเรชัน ซึ่งเป็นเจ้าของเรือลำนี้ ระบุว่าการโจมตีเกิดขึ้นในช่วงเช้าตรู่ของวันอังคาร ทำให้เกิดไฟไหม้และตัวเรือได้รับความเสียหาย ต่อมา ทางการดูไบระบุว่าสามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว หลังเกิดการโจมตีด้วยโดรนต่อเรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าว โดยไม่มีน้ำมันรั่วไหล และไม่มีลูกเรือได้รับบาดเจ็บ
นอกจากนี้ยังมีรายงานการโจมตีทั้งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยโดรนโจมตีอาคารบริหารของบริษัทโทรคมนาคมธูรายา แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนในซาอุดีอาระเบีย มีรายงานบ้านเรือน 6 หลังได้รับความเสียหายจากเศษซากของโดรนที่ตก แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ กองทัพคูเวตยังกล่าวในเช้าวันเดียวกันว่า กำลังทำการสกัดกั้นการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธเหนือดินแดนของตน




