
ผบ.ตร. สั่งผู้การฯ ปทุมธานี ฟัน 8 ตำรวจ อุ้มสามี-ภรรยา ให้ออกจากราชการไว้ก่อน คดีรีดทอง-กรรโชกทรัพย์ ตั้งสอบวินัยร้ายแรง
วันที่ 31 มี.ค.2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการให้.shvvdw;hdjvo พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี มีคำสั่ง ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานีที่ 91/2569 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน ใจความว่า
ด้วยข้าราชการตำรวจดังต่อไปนี้ พ.ต.ท.นิยม ตรีพืช สว.กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี ร.ต.อ.รังสรรค์ บัวประเสริฐ รอง สว.กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี ส.ต.อ.นิรัติศัย ภาวงศ์ ผบ.หมู่ กองร้อยควบคุมฝูงชน กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี ส.ต.ท.ยุทธนา กอดแก้ว ผบ.หมู่ กองร้อยควบคุมฝูงชน กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี
ส.ต.ท.ธนากร ทองมาก ผบ.หมู่ กองร้อยควบคุมฝูงชน กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี ส.ต.ท.ณัฐวุฒิ สีเหลือง ผบ.หมู่ กองร้อยควบคุมฝูงชน กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี ส.ต.ท.อัครเดช ลาภมาก ผบ.หมู่ กองร้อยควบคุมฝูงชน กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี ส.ต.ท.ฐากร สร้อยทอง ผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี
กรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำควานผิดวินัยอย่างร้ายแรง ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน ตามคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ที่ 90/2569 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2569 และต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา ตามคดีอาญาที่ 259/2569 ของสถานีตำรวจภูธรธัญบุรี ในความผิดฐาน “ร่วมกันเป็น เจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ขืนใจ หรือจูงใจ เพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น
ร่วมเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด, ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย” และมีเหตุให้พักราชการได้ ตาม กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ.2547
ข้อ 3 (1) คือถูกตั้งกรรมการสอบสวนหรือต้องหาว่ากระทำผิดอาญา โดยผู้กระทำความผิดเป็นข้าราชการตำรวจมีหน้าที่และอำนาจในการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชน ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดอาญา รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง แต่กลับต้องหาว่ากระทำผิดทางอาญาเสียเอง
ซึ่งเป็นคดีสำคัญ ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชน และภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างร้ายแรง ถ้าให้คงอยู่ในหน้าที่ราชการอาจเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการได้ ประกอบกับพิจารณาแล้วเห็นว่า การสอบสวนพิจารณาคดีที่เป็นเหตุให้สั่งพักข้าราชการนั้นจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว
ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 108 มาตรา 330 และ 198 แห่งพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ประกอบกับกับ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนพ.ศ.2547 ข้อ 3 (1) และข้อ 8 จึงให้ พ.ต.ท.นิยม ตรีพืช,ร.ต.อ.รังสรรค์ บัวประเสริฐ.
ส.ต.อ.นิรัติศัย ภาวงศ์, ส.ต.ท.ยุทธนา กอดแก้ว, ส.ต.ท.ธนากร ทองมาก, ส.ต.ท.ณัฐวุฒิ สีเหลือง,ส ต.ท.อัครเดช ลาภมาก และ ส.ต.ท.ฐากร สร้อยทอง ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
อนึ่ง ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการให้ก่อนตามคำสั่งนี้ มีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค.ตร. ตามมาตรา 141 แห่งพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบค่ำสั่งและหากประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคำสั่งหรือคำวินิจฉัยอุทธรณ์นี้ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครองหรือส่งทางไปรษณีย์
ลงทะเบียนไปยังศาลปกครองภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือรับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ หรือภายใน 90 วัน นับแต่วันพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีมีหนังสือร้องขอทราบผลการวินิจฉัยอุทธรณ์




