
หลังจากที่ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย คว้าตั๋วผ่านเข้ารอบสุดท้ายเอเชี่ยนคัพ 2027 ได้สำเร็จ หลังเปิดบ้านบดเอาชนะ เติร์กเมนิสถาน 2-1 ในการแข่งขันฟุตบอลเอเชี่ยน คัพ 2027 รอบคัดเลือก กลุ่มดี นัดสุดท้าย ที่ราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม
หลังจบเกม “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ดาวเตะกัปตันทีมชาติไทย เปิดเผยว่า สำหรับตนเป็นเกมที่ยาก ตั้งแต่เราไปเยือนเขาแล้ว วันนี้รู้สึกขอบคุณเพื่อนร่วมทีม ขอบคุณโค้ช สต๊าฟโค้ชที่พวกเราทำกันได้อย่างเต็มที่ และทำสำเร็จ ตั้งแต่เข้าแคมป์มา โค้ชเลือกผู้เล่นที่ดีที่สุด ณ วันนี้ ขอบคุณน้องๆ รุ่นพี่ ที่มีส่วนสำคัญ ที่ช่วยกันซ้อมทั้ง 23 คน
“อย่างที่โค้ชบอก ทุกคนคือผู้เล่นที่สำคัญสำหรับเขา ผมรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่ ก่อนหน้านั้นก็เคยพูดจะมีความสุข ทำให้คนไทยมีความสุข เพราะอะไรอะไรหลายอย่าง ตัวผมเองยังมีอะไรที่ต้องปรับปรุง สิ่งสำคัญคือ ไม่ว่าจะเราจะผิดพลาดในสนามมากแค่ไหน ต้องมีคุณภาพที่แข็งแกร่ง ต้องพยายามเอาบอลกลับมา พยายามวิ่งสู้ วันนี้เป็นวันที่สำคัญ สำหรับพวกเรา พวกเราต้องชนะอย่างเดียว พอชนะทุกคนมีความสุข ขอบคุณนักฟุตบอลทุกคนที่ช่วยกันทำให้ช้างศึกพวกเราได้ไปต่อ”
ชนาธิป กล่าวอีกว่า ตอนที่โดนตีเสมอเป็นช่วงเวลาหนึ่งสำหรับฟุตบอล โดยตนเองก็มีคุยกับน้องๆ ในทีม ณ เวลานั้นว่า เราทำได้ เราต้องไปต่อ อาจจะเป็นความรู้สึกที่ยากมากๆ เพราะตอนนั้นที่โดนตีเสมอ เรามีการเร่ง เริ่มโยนตามเขา เสียบอลบ้าง ทั้งนี้ทั้งนั้น พอโค้ชได้เติมผู้เล่นเกมรุกลงไป เรามาได้ลูกสุดท้าย ผมอยากจะบอกว่าจริงๆ แล้ว
“เราหานักฟุตบอลคุณภาพแบบพี่อุ้ม (ธีราทร บุญมาทัน) ไม่ได้แล้วแหละ กับเท้าซ้ายที่เปิดบอลแม่น ผมต้องยกเครดิตให้แก สำหรับผมเป็นอะไรที่หาคนมาแทนยาก เขาสามารถตัดสินเกมได้ ตอนแรกจะให้น้องอีกคนไปเปิด ผมบอกพี่อุ้มไปเปิด เพราะผมเชื่อว่าเขามีคุณภาพ ขอบคุณเซฟ (ศุภนันท์ บุรีรัตน์) รวมถึง ทอม (มานูเอล ทอม เบียรห์) ที่เขายิงประตู ขอบคุณทุกคนมากๆ ที่ทำงานอย่างหนัก พวกเราทำงานหนักจริงๆ ขอบคุณมากจริงๆ ที่คนสี่หมื่นกว่าคนเข้ามา ศรัทธา พวกเรา เชื่อมั่นในตัวพวกเรา ขอบคุณมากจริงๆ”
ชนาธิป กล่าวถึงกรณีการที่ไปจุดพลุแฟลร์หลังเกมว่า พอดีเราไปออกรายการหนึ่ง และรับปากกับแฟนบอลไว้แล้ว เราก็ผิดคำพูดไมได้ อันนี้ก็อาจจะเป็นความรับผิดชอบของพวกเรา แต่ก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ส่วนเรื่องพี่อุ้ม (ธีราทร บุญมาทัน) กับพี่ตังค์ (สารัช อยู่เย็น) คิดว่าโค้ชน่าจะให้คำตอบได้ดีอยู่แล้ว ถ้าเรายังมีนักฟุตบอลที่คุณภาพดี และเราไม่เอาเขาไปเล่น และเราจะหานักฟุตบอลแบบไหนมาติดทีมชาติ จะหารุ่นใหม่ แต่รุ่นใหม่ไม่เก่งกว่ารุ่นพี่ และเราจะทำอย่างไร
“ในเมื่อ ณ วันนี้เขายังเล่นได้อยู่ เขาสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับรุ่นน้อง เขาซ้อมเต็มที่ พี่ๆ อาจจะไม่ได้เห็นเขาตอนซ้อม แต่ผมอยากบอกว่า เขาทุ่มเททุกอย่าง เป็นผู้นำทั้งในและนอกสนาม สร้างสปิริตดีๆ ในทีมชาติ ผมอยากบอกว่าคนที่ไม่เคยติดทีมชาติ ความรู้สึก สปิริต ในสโมสรต่างกัน ถ้าติดทีมชาติครั้งหนึ่งแล้ว คุณจะมีความสุขมากๆ เพราะในแคมป์ทีมชาติเป็นหนึ่งเดียว มันมีความสุขมากๆ”




