พิมลเตรียมนำคณะหารือนายกอนุทิน หารือจัดยูธโอลิมปิก

ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานประชุมสมัชชาใหญ่สามัญ ประจำปี 2568 คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ที่ห้สำนักงานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ (บ้านอัมพวัน) เมื่อวันที่ 31 มีนาคม

สำหรับการประชุมครั้งนี้คณะกรรมการโอลิมปิคฯ ได้เปิดแผนการทำงานที่จะดำเนินการนับจากนี้ภายใต้กรอบการทำงานเชิงรุกตามนโยบายของประธานคณะกรรมการโอลิมปิคฯ มากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการให้ความรู้ในเชิงกีฬายุคใหม่ให้สอดคล้องกับคณะกรรมการโอลิมปิคสากล ที่ให้ความสำคัญในด้านความเท่าเทียมทางเพศ ความปลอดภัยของนักกีฬาต่อการคุกคามทางเพศ การทำให้พื้นที่ของกีฬาเป็นที่ที่ปลอดภัยสำหรับนักกีฬา รวมถึงการเป็นหน่วยงานกลางเพื่อให้การช่วยเหลือ และ สนับสนุน สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมเดินหน้าประสานภาครัฐผลักดันให้มีการเพิ่มเงินเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาให้สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน รวมถึงการขอเพิ่มเงินรางวัลอัดฉีดโดยเฉพาะในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ที่ได้เสนอและได้รับความเห็นชอบในหลักการจากรัฐบาลก่อนหน้านี้ และจะหาแหล่งเงินมาสนับสนุนกิจกรรมของสมาคมกีฬาจากภาคเอกชนเพิ่มเติมจากที่ได้รับจากภาครัฐ

นอกจากนี้ที่ประชุมได้รายงานถึงความคืบหน้าการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬายูธโอลิมปิก ครั้งที่ 5 ในปี 2030 โดยนายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานฯ กล่าวในที่ประชุมว่า ขณะนี้ประเทศไทยผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล(ไอโอซี) เข้ามาอยู่ในกลุ่ม 3 ประเทศสุดท้ายที่จะได้รับการตัดสินให้เป็นเจ้าภาพ ร่วมกับปารากวัย, ชิลี ซึ่งไอโอซีได้ส่งผู้แทนมาหารือถึงกรอบงบประมาณที่ไทยจะสามารถใช้จัดการแข่งขัน โดยไทยเสนอไปที่ 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสนามแข่งขันหลักคือจัดที่กรุงเทพมหานคร และ ที่จ.ชลบุรี ทั้งนี้ ไอโอซี ได้ขอให้ไทยส่งหนังสือรับรองการเงินจากรัฐบาลไทย ซึ่งเรื่องนี้จะต้องประสานขอเข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อหารือในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อขอการเห็นชอบและให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติอย่างเป็นทางการ เพื่อการันตีว่าประเทศไทยพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพผ่านทางรัฐบาล เนื่องจากว่าในช่วงปลายเมษายนนี้คณะกรรมการไอโอซี จะส่งผู้แทนมาเก็บข้อมูลดูความพร้อมของไทย โดยเฉพาะด้านเทคนิคเพื่อนำไปรายงานและประกอบการพิจารณาจะให้ประเทศใดเป็นเจ้าภาพ

ผศ.พิมลกล่าวว่า การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิก 2030 นี้ได้มีการหารือร่วมกันกับหน่วยงานหลายฝ่ายมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการกีฬาแห่งประเทศไทยจนมาถึงรอบสุดท้ายที่เหลือ 3 ประเทศ และไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยส่วนตัวมองว่านี่คือโอกาสสำคัญของประเทศไทยที่จะได้จัดมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก เทียบเท่าโอลิมปิกเกมส์ แม้จะเป็นในส่วนของเยาวชน และเป็นโอกาสของนักกีฬาเยาวชนไทยที่จะได้ลงแข่งระดับโอลิมปิกซึ่งจะให้สิทธินักกีฬาเจ้าภาพลงแข่งในทุกชนิดกีฬาที่จัด โดยไอโอซีได้ระบุชนิดกีฬามาแล้วกว่า 30 ชนิดกีฬาซึ่งมีแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ของผู้ใหญ่ด้วย

ประธานโอลิมปิคไทยกล่าวว่า ขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่ไอโอซีจะพิจารณาให้ประเทศใดเป็นเจ้าภาพ ก็ต้องมีการทำหนังสือยืนยันจากรัฐบาล และเมืองต่างๆ ที่จะใช้เป็นสนามจัดการแข่งขัน โดยในส่วนของรัฐบาลไทยหลังจากรัฐบาลใหม่ได้เข้าทำงานเต็มตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ตนและคณะก็จะขอนัดเข้าพบกับนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกุล รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในเดือนเมษายนนี้ เพื่อหารือและขอความเห็นชอบจากรัฐบาลในการจะเดินหน้าเพื่อให้ได้สิทธิในการเป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิก

Advertisement

“ที่สำคัญการเข้าพบนายกฯครั้งนี้ก็เพื่อจะหารือถึงงบประมาณที่จะใช้ราว 6,900 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงบจัดการแข่งขันที่ได้ยื่นเสนอกรอบไปยัง ไอโอซี ที่ 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5,400 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่า ปารากวัยและชิลี ที่เสนอกรอบไว้สูงกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะเสนอของบเพิ่มเติมประมาณ 1,500 ล้านบาทสำหรับเตรียมนักกีฬา ทั้งค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าผู้ฝึกสอนทั้งชาวไทยและต่างชาติ ค่าอุปกรณ์กีฬาต่างๆตลอด 4 ปีก่อนจะลงแข่งขัน เพราะผมไม่อยากให้เกิดปัญหาเหมือนเดิมคือ มาให้นักกีฬาเก็บตัว 6-8 เดือนก่อนการแข่งขัน โดยเฉพาะระดับเยาวชนที่ต้องสร้างตั้งแต่อายุ 13-14 ปี เพื่อให้มีศักยภาพที่สูงพร้อมสำหรับการแข่งขันในอีก 4 ปีข้างหน้า”

ในช่วงท้าย ผศ.พิมล ยังได้ฝากถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ว่า ที่ผ่านมาวงการกีฬาไทยมีการสะดุดซ้ายสะดุดขวาในเรื่องของงบประมาณจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ มายังฝ่ายกีฬาเพื่อความเป็นเลิศของการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ส่งต่อมาถึงสมาคมกัฬา และ นักกีฬา ที่ค่อนข้างล่าช้า ทำให้ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการของสมาคมกีฬาที่ต้องมีกิจกรรมกีฬาต่อเนื่องเพื่อพัฒนาและส่งเสริมนักกีฬาในสังกัดไปสู่ความสำเร็จทั้งระดับประเทศและนานาชาติอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ก็อยากจะให้มีการเข้าหามาแก้ไขปัญหาในจุดนี้อย่างเร่งด่วน เพราะเอเชี่ยนเกมส์ก็กำลังมาถึงในเดือนกันยายนนี้ และต่อด้วยโอลิมปิกเกมส์