แจกเงินเวอร์ชั่นใหม่แสนล้าน ‘อนุทิน 2’ ถกด่วนวาระพิเศษลุ้นกู้เพิ่ม

แจกเงิน

โปรดเกล้าฯ ครม.อนุทิน 2 รัฐมนตรี 35 คน เตรียมถวายสัตย์ฯ เริ่มประชุมนัดพิเศษ ฝ่าวิกฤตพลังงาน เร่งแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย. ประกาศใช้ “คนละครึ่งเวอร์ชั่นใหม่” ทันที รวบเงินเก่า-ใหม่ งบประมาณปี’69-70 กว่า 1 แสนล้าน แจกคนละ 2,000 บาท 50 ล้านคนใช้จ่ายประคองเศรษฐกิจ 10 เดือน ผ่านแอปเป๋าตังเดือนละ 200 บาท เริ่ม เม.ย. 69 คลังกุมขมับลุ้นกู้เพิ่ม คำนวณเงินเก่าเหลือใช้ได้ราว 6 หมื่นล้าน แง้มพิมพ์เขียวรัฐบาล 2 พรรคใหญ่ 30 หน้า เน้น Thailand 10 Plus เพื่อไทยคุมงานสังคม

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการให้ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี 35 คน ดังนี้ 1.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 2.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี 3.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 4.นายสีหศักดิ์ 
พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 5.นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 6.นายปกรณ์ นิลประพันธ์รองนายกรัฐมนตรี 7.นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

8.นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 9.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 10.นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 11.นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 12.พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

13.นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 14.นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 15.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 16.นายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 17.นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

18.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 19.นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 20.นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

Advertisement

21.นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 22.นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 23.นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 24.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

25.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อีกตำแหน่ง 26.นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 27.นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 28.นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 29.พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

Advertisememt

30.นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 31.นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม 32.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 33.นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 34.นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ 35.นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 30 มีนาคม 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

ถวายสัตย์ฯ 6 เม.ย. ถก ครม.ทันที

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณ พวกเราทุกคนก็ยังทำงานอย่างเต็มความสามารถ ส่วนการร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภานั้น เตรียมในสาระสำคัญก็เกือบจะครบถ้วนแล้ว

นายอนุทินกล่าวถึงนโยบายว่าจะมีเรื่องของพลังงาน สิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับเรื่องการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น การปราบปรามยาเสพติด เป็นประเทศที่มีธรรมาภิบาล มีคุณธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน

สำหรับการเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ได้รับแจ้งจากเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการว่าน่าจะเป็นวันที่ 6 เมษายน ภายหลังการถวายสัตย์ปฏิญาณจะเรียกประชุม ครม.ทันที

ชงไทยช่วยไทยพลัส

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง โดยจะรวมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับคนละครึ่งเข้าด้วยกัน ภายใต้ชื่อใหม่ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งจะให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการสามารถใช้จ่ายในร้านค้าคนละครึ่งได้ด้วย จากเดิมจะใช้จ่ายที่ร้านธงฟ้าเป็นหลัก ส่วนวงเงิน หรือจำนวนผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการ จะต้องพิจารณาอีกครั้ง โดยต้องคำนึงฐานะการคลังด้วย ทั้งนี้ จะรีบเสนอที่ประชุม ครม. ทันทีที่ประชุมนัดแรก

“ในส่วนของวงเงินคนละครึ่ง กำลังหารือรายละเอียด โดยคาดว่าจะได้เริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่เดือน พ.ค. เป็นต้นไป ซึ่งรอบนี้จะเปิดลงทะเบียนใหม่เลย ส่วนบัตรสวัสดิการ ก็จะมีเปิดให้ลงทะเบียนรอบใหม่ โดยจะใช้เวลาหลังจากนั้นไปอีก 3 เดือน”

ขยายกองทุนน้ำมันกู้ 1.5 แสนล.

นายเอกนิติ กล่าวด้วยว่า ในส่วนการดูแลราคาน้ำมันนั้น จะมีการขยายเพดานการกู้เงินของกองทุนน้ำมันเป็น 1.5 แสนล้านบาท โดยออกเป็นพระราชกฤษฎีกา ซึ่งหากจำเป็นต้องมีการค้ำประกันด้วย ก็จะออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ด้วย ตรงนี้หากกู้เต็ม ก็จะทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นประมาณ 1%

แสนล้านคนละครึ่งเวอร์ชั่นใหม่

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า รัฐบาลจะเร่งดำเนินการออกโครงการคนละครึ่งพลัสเวอร์ชั่นใหม่ รอกระทรวงการคลังสรุปรายละเอียด จะใช้เงินดำเนินการประมาณ 1 แสนล้านบาท จากงบฯกลางปี’69 และบางส่วนจากงบประมาณปี’70 โดยจะจัดสรรงบประมาณสำหรับดำเนินการเดือนละ 1 หมื่นล้านบาท

โดยหลักรูปแบบของโครงการยังคงเงื่อนไขเดิม ปรับเพิ่มอายุผู้มีสิทธิจากเดิม 16 ปี เป็นอายุ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งมีอยู่ประมาณ 50 ล้านคน ทั้งผู้ที่เสียภาษีและไม่เสียภาษี รัฐจะให้เงินคนละ 2,000 บาท ผ่านแอปเป๋าตังและทยอยโอนให้เดือนละ 200 บาท มีระยะเวลาการใช้จ่าย 10 เดือน คาดว่าจะเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 ไปจนถึงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2570 ทั้งนี้ ผู้ที่มีสิทธิได้รับเงินของโครงการจะต้องลงทะเบียนเท่านั้น ใครมาก่อนได้ก่อน และหากใช้ไม่หมดใน 9 เดือนแรก สามารถทบวงเงินไปใช้ในเดือนสุดท้ายได้ และถ้ายังใช้ไม่หมดจะถูกตัดโดยอัตโนมัติ

“รัฐบาลเร่งออกโครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อต้องการพยุงเศรษฐกิจในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตราคาน้ำมัน หลังรัฐบาลปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันให้เป็นไปตามกลไกตลาด เพื่อลดภาระกองทุนน้ำมันฯ รวมทั้งช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งจากค่าโดยสาร หรือต้นทุนต่าง ๆ นอกจากประชาชนจะได้เงิน 2,000 บาท ใช้ 10 เดือนแล้ว ยังได้ซื้อสินค้าราคาถูกลงจากปกติ 25-50% จากกระทรวงพาณิชย์ ผ่านโครงการไทยช่วยไทยและร้านธงฟ้าด้วย” แหล่งข่าวกล่าว

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) กล่าวว่า สำหรับ 7 มาตรการที่รัฐออกมาเยียวยาผลกระทบวิกฤตสงคราม เน้นไปที่กลุ่มเปราะบาง ภาคเกษตร ระบบขนส่ง กลุ่มประมง กลุ่มผู้รับเหมา เช่น ใช้กลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นต้น ส่วนกลุ่มคนทั่วไป ทำงานออฟฟิศ ต้องมีอะไรไปช่วยด้วย อย่างน้อยเป็นกลุ่มที่เสียภาษี เช่น คนละครึ่ง ทั้งนี้ ต้องดูรูปแบบโครงการที่จะออกมาและงบประมาณที่จะดำเนินการด้วย

“ทั้ง 7 มาตรการเยียวยาที่ออกมามีกรอบคร่าว ๆ โดยรวมน่าจะเกือบ 1 หมื่นล้านบาท ไม่นับมาตรการที่เป็นวงเงินกู้ ส่วนโครงการคนละครึ่งพลัส เงินที่จะนำมาดำเนินการคงมาจากงบฯกลาง อยู่ที่การดีไซน์นโยบายรัฐบาล”

ลุ้นกู้เพิ่ม งบฯเก่ามี 6 หมื่นล้าน

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลกล่าวว่า การดูแลผลกระทบราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เน้น 7 มาตรการหลัก และเตรียมแพ็กเกจมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ พร้อมกับกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเติมเงินผ่านโครงการ “คนละครึ่ง” “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” และมาตรการกระทรวงพาณิชย์

แหล่งข่าวกล่าวว่า ขนาดของโครงการจะทำได้ขนาดไหน ขึ้นกับงบประมาณ ซึ่งนายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง และสำนักงบประมาณจะต้องไปพิจารณา โดยนอกจากแนวทางการโอนงบประมาณปี 2569 ที่้ใช้จ่ายไม่ทันแล้ว จะต้องกู้เงินมาใช้ด้วยหรือไม่ ตอนนี้ยังตอบไม่ได้

ทั้งนี้ เรื่องงบประมาณไม่พอค่อนข้างน่ากังวล เนื่องจากงบฯกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วน ขณะนี้เหลือแค่ 2-3 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ส่วนงบฯที่จะสามารถออกพระราชบัญญัติโอนเงินงบประมาณได้ก็อาจจะได้แค่ไม่เกิน 3 หมื่นล้านบาท ดังนั้น ก็มีความเป็นไปได้ที่สุดท้ายอาจจะต้องกู้เงิน

“ตอนนี้ไม่มีเงิน ก็ต้องดูว่าสถานการณ์สงครามยืดเยื้อไปอีกแค่ไหน ถ้าลากยาวแล้วมีความจำเป็นต้องใช้เงินมาแก้ปัญหา ก็อาจจะต้องมีการกู้ อย่างสมัยสงครามรัสเซีย-ยูเครนก็เคยทำ สมัยวิกฤตโควิดก็เคยทำ เพราะทุกคนตระหนักร่วมกันว่าคือวิกฤต ครั้งนี้จะออก พ.ร.ก.กู้เงินหรือไม่ ก็ต้องขึ้นกับการตัดสินใจระดับนโยบาย”

เปิดนโยบาย 30 หน้า 10 Plus

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐบาลได้วางไทม์ไลน์การแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 ในวันที่ 7-9 เมษายน คำแถลงนโยบายประมาณ 30 หน้า ภาพใหญ่เป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยใช้ในการหาเสียง อันเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ใช้ชื่อว่า Thailand 10 Plus เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของคนไทย เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว และตั้งเป้าดันจีดีพีโตเฉลี่ยปีละ 3%

อาทิ คนตัวเล็กตัวน้อย Plus อาทิ นโยบายค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท (สำหรับ 200 ยูนิตแรก) จำนวน 22 ล้านครัวเรือน

SMEs Plus เป็นการเสริมสภาพคล่องให้กับกลุ่ม SMEs มีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสนับสนุนการผลิตในประเทศ Made in Thailand และยังให้สินเชื่อในการปรับเปลี่ยนธุรกิจแบบเดิมสู่ธุรกิจดิจิทัล

ชุมชน Plus เป็นนโยบายที่แก้หนี้ สร้างงานในชุมชน เพื่อทำให้ชุมชนเติบโต คนต่างจังหวัดจะไม่ต้องเข้ามาในเมือง อาทิ นโยบาย “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ Plus” สำหรับประชาชนที่มีหนี้เสีย (NPL) วงเงินไม่เกิน 100,000 บาท ใช้กองทุน FIDF เข้ามาช่วยปรับโครงสร้างหนี้

ส่งเสริมการออมระยะยาวผ่านบัญชีออมส่วนบุคคลแบบไม่เก็บภาษีเงินปันผล (TiSA) เพื่อสร้างหลักประกันทางการเงินในวัยเกษียณ

ไม่มีประกันกำไรเกษตร 30%

ขณะที่นโยบายของพรรคเพื่อไทยนั้น ขณะนี้แกนนำพรรคอยู่ในการเจรจากับพรรคภูมิใจไทย นโยบายส่วนใหญ่เป็นด้านสังคม ซึ่งการหารือยังไม่ตกผลึก แต่ไม่มนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% แม้พรรคเพื่อไทยจะได้กำกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเข้ามาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน จำเป็นที่ต้องดูแลอย่างทั่วถึง การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย ทำให้การศึกษาต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์โลก และสภาพเศรษฐกิจ

แต่สิ่งที่เห็นว่าควรจะเร่งผลักดัน กลุ่มนวัตกรรมต่าง ๆ มีประเด็นเศรษฐกิจ Wellness เป็นจุดเด่นของประเทศไทยที่มี เพราะเราสามารถดึงดูดคนเก่ง ๆ เข้ามาได้

ช่น เครื่องมือแพทย์ บริการทางการแพทย์ คาบเกี่ยวไปถึงวัฒนธรรมเชิงสมาธิ สิ่งแวดล้อม เรามีความหลากหลายทางชีวภาพ ถ้าเราใช้ข้อมูลตรงนี้ร่วมกับ AI มาประมวลผลก็จะทำให้ไทยบรรลุเป็นประเทศรายได้สูงได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง