เป็นที่รู้กันว่าตระกูล The North Face Altamesa เป็นรองเท้าเทรลที่ใส่วิ่งได้นาน ใส่สบาย ใช้งานง่าย ดังนั้นรุ่นสองอย่าง Altamesa 500 V2 จึงเป็นรองเท้าเทรลที่โฟกัสชัดเจนในเรื่องความสบายระยะไกล มากกว่าความเร็วหรือความดุดัน เหมาะกับสายซ้อม สายวิ่งยาว หรือคนที่อยากได้รองเท้าเทรลที่ใช้งานง่าย ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
ภาพรวมของความสบาย
อย่างที่บอก Altamesa 500 V2 เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่ทิศทางค่อนข้างชัด คือไม่ได้ทำมาเพื่อความเร็วหรือความดุดัน แต่เน้นให้วิ่งได้นานขึ้นแบบไม่ล้าเร็วมากกว่า ด้วยพื้นเทคโนโลยี DREAM™ ที่เป็น TPU อัดไนโตรเจนให้ความนุ่มค่อนข้างชัด แต่ไม่ได้ยวบ ยังมีแรงเด้งกลับ พอให้รู้สึกว่ารองเท้าช่วยส่งจังหวะอยู่บ้าง ฟีลโดยรวมจะออกไปทางนุ่มสม่ำเสมอ เหมาะกับการวิ่งยาวๆ มากกว่าการเร่งความเร็ว

ด้วยโครงสร้างของรองเท้าทำออกมาให้มั่นคงพอสมควร ฐานค่อนข้างกว้างและส้นสูงประมาณ 36 มม. ช่วยให้ลงเท้าแล้วนิ่งขึ้น โดยเฉพาะบนทางขรุขระระดับกลางๆ แต่สิ่งที่ต้องแลกคือ ground feel ค่อนข้างน้อย ใครที่ชอบฟีลเท้าติดพื้นอาจรู้สึกว่าพื้นมันหนาไปนิด
ในเรื่องการยึดเกาะ พื้น SURFACE CTRL™ กับดอกยาง 4 มม. ทำงานได้ดีทั้งบนทางดิน ทางผสม หรือกรวดทั่วไป สามารถใช้งานได้หลากหลาย แต่ยังไม่ถึงขั้นสามารถรับมือกับโคลนลึก หรือเวลาเจอ terrain โหดๆ ก็มีโอกาสลื่นได้บ้าง ตัวอัปเปอร์น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี ดีไซน์สวย

รีวิวใส่จริง
เราว่า Altamesa 500 V2 เป็นรองเท้าเทรลที่ใช้งานง่ายมาก ใส่วิ่งเทรลเบาๆ ได้ วิ่งถนนก็ไม่ขัด และยังใส่เดินทั้งวันได้อีกด้วย จุดนี้ทำให้คู่นี้เป็นรองเท้าที่เหมาะกับสายซ้อม สายวิ่งยาว หรือคนที่เพิ่งเริ่มเข้าวงการเทรล เพราะมันไม่ได้บังคับฟอร์มการวิ่งของเรา หรือเรียกร้องทักษะจากผู้ใส่มากนัก เราลองใส่วิ่งเทรลสลับกับพื้นถนน รู้สึกว่ามันดีเพียงพอที่จะใส่วิ่งทั้งสองอย่างได้ แม้จะไม่ดีที่สุดแต่ก็ถือว่าบาลานซ์ได้ดี

Good for…
Altamesa 500 V2 ไม่ใช่รองเท้าที่โดดเด่นสุดในด้าน performance แต่เป็นรองเท้าที่บาลานซ์ดี ใส่สบาย และใช้งานได้จริงในหลายสถานการณ์ เหมาะกับคนที่อยากได้รองเท้าเทรลที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ และสามารถหยิบมาใช้ได้บ่อยในชีวิตประจำวัน เพราะดีไซน์สวยจริงๆ สนนราคาอยู่ที่ 5,250 บาท ( ราคาดีกว่ารองเท้าวิ่งถนนอีก) วางจำหน่ายแล้วในบ้านเรา
ภาพ: The North Face




