
เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนวัดธรรมมงคล ซอยสุขุมวิท 101 พระโขนง กทม. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน นำสส.ของพรรคเข้าสังเกตุการณ์ การตรวจคัดเลือกทหารกองเกินเข้าประจำการ ของเขตพระโขนง พร้อมประชาสัมพันธ์ โครงการกองทัพเข้มแข็งพลทหารปลอดภัย แจ้งเบาะแส การซ้อมทรมาน การลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ยึดบัตรเอทีเอ็ม บัตรประชาชน คุณภาพอาหารในค่ายและการทุจริตรูปแบบอื่นๆ ผ่านไลน์ OA พรรคประชาชน
นายวิโรจน์กล่าวว่า การบริหารจัดการที่บริเวณพื้นที่ตรวจเลือกในวันนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการจัดการที่ดี หลังจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะมีตัวแทนสส.ของพรรคประชาชนเข้าไปเป็นกรรมาธิการด้วย เพื่อเข้าติดตามสวัสดิการของทหารทุกหน่วยทุกชั้นยศที่ไปปฎิบัติภารกิจที่พื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา ซึ่งมีทั้งสูญเสียชีวิตและอวัยวะ ว่ารัฐบาลได้ดูแลอย่างครบถ้วนและไม่ขาดตกบกพร่องแล้วหรือยัง ที่ผ่านมาตนเองได้มีการรวบรวมรายชื่อทหารที่ได้รับผลกระทบไว้ทั้งหมดแล้ว
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า โครงการทหารอาสา เป็นกลไกที่ทำได้อยู่แล้วหากมีการจ้างมีสัญญา 4 ปี และมีเงินเดือนที่ชัดเจนก็จะต้องรอติดตามฟังจากคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ว่านโยบายนี้จะเดินหน้าอย่างไร และปีนี้จะเป็นการเกณฑ์ทหารแบบเดิมเป็นปีสุดท้าย แล้วเปลี่ยนไปใช้โครงการทหารอาสาตามนโยบายของรัฐบาลใช่หรือไม่ ขณะเดียวกัน ตอนนี้มีพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการ ซ้อมทรมาน และบังคับให้บุคคลสูญหาย หรือพรบ.อุ้มหาย แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะบังคับใช้กฎหมายนี้อย่างจริงจัง ผู้บัญชาการเหล่าทัพเอาจริงเอาจัง ว่าหากมีการซ้อมทรมาน หรือการกระทำที่อยุติธรรม ต่อพลทหาร ที่ไม่ใช่การลงโทษ นายทหารที่เป็นผู้กระทำเท่านั้น กฎหมายฉบับนี้ ในมาตราที่ 12 ยังสามารถเอาผิดกับผู้บังคับบัญชาที่ต้องรับโทษกึ่งหนึ่งด้วย แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีการบังคับใช้มาตรานี้อย่างจริงจัง ดังนั้นในสมัยการประชุมนี้ หากมีการซ้อมทรมานพลทหารเกิดขึ้น พรรคประชาชนจะไม่ใช่แค่การตรวจสอบเพียงแค่ให้มีการลงโทษนายทหารผู้ที่ฝ่าฝืนระเบียบและไปกระทำความรุนแรงกับพลทหารเท่านั้น แต่จะมีการเรียกร้องอย่างจริงจัง เพื่อให้เอาผิดกับผู้บังคับบัญชาด้วย
สำหรับโครงการทหารอาสาของพรรคภูมิใจไทย เป็นนโยบายที่คิดตรงกันกับพรรคประชาชน เพียงแค่ชื่อเรียกไม่เหมือนกัน พรรคประชาชนใช้คำว่าทหารอาชีพ แต่มีหลักเดียวกัน และสามารถทำได้ทันที แต่รัฐบาลต้องกล้าที่จะทำ เพราะหลังจากที่เกณฑ์ทหารเข้าไปแล้ว หลายหน่วยงานไม่จำเป็นจะต้องมีการใช้งานทหารตลอดเวลา อาจอนุญาตให้เดินทางไปเช้าเย็นกลับก็ได้ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่าง การทำหน้าที่ทหารอาชีพกับการดูแลครอบครัว ถ้าเป็นช่วงฝึกก็ไม่จำเป็นต้องกลับออกเป็นกำหนดการให้ชัดเจน ถ้ามีภารกิจก็ไม่จำเป็นต้องกลับบ้าน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าทหารคืออาชีพหนึ่ง ที่ไม่ใช่การเข้าไปอยู่ในค่ายทหารและถูกสั่งให้ทำอะไรก็ได้
เมื่อถามว่าจะต้องมีอะไรเป็นเครื่องการันตีหรือไม่ว่าเมื่อ เกณฑ์ทหารเข้าไปแล้วทหารชั้นผู้น้อย จะถูกใช้งานผิดวัตถุประสงค์ นายวิโรจน์ กล่าวว่าขณะนี้มี กฎหมายอยู่ 2 ฉบับ คือ พรบ.อุ้มหาย กลับ พรบ.ค้ามนุษย์ เพียงแค่ตอนนี้ขาดการใช้อย่างจริงจัง ที่มีโทษแรง หากรัฐบาลบังคับใช้อย่างจริงจัง มีความมุ่งมั่นว่าถ้าหากมีการใช้ทหารผิดประเภท จะถูกดำเนินคดีตามกฏหมายที่เกี่ยวข้อง ก็จะทำให้ ทหารทุกนายมีความมั่นใจว่าไม่ถูก ใช้ความรุนแรง
ดังนั้น พรรคประชาชนจึงนำเสนอ โครงการ กองทัพเข้มแข็งพลทหารปลอดภัย ที่เป็นช่องทางสำหรับการเปิดรับเรื่องร้องเรียน แจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างปฎิบัติหน้าที่ สวัสดิการต่างๆ หรือชีวิตความเป็นอยู่ในระหว่างการปฎิบัติหน้าที่ มายังพรรคประชาชน ได้ เพื่อจะได้นำเอาออกมาสะท้อนและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาต่อไป เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์ของพลทหาร
ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ จะสามารถผลักดันกิจการต่างๆของกองทัพ รวมถึงแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ นายวิโรจน์กล่าว พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เป็นบุคคลที่รู้ดีอยู่แล้วว่าปัญหาคืออะไร ขึ้นอยู่กับว่าจะทำหรือไม่ สิ่งต่างๆที่ตนเองพูดไปในวันนี้พล.ท. อดุลย์ ทราบดีอยู่แล้ว นโยบายของพรรคภูมิใจไทยก็มีความคล้ายกันกับสิ่งที่ตนเองพูดมาตลอด โดยใช้กลไกทหารอาสา ให้กองทัพคัดเลือก ทหารที่มีคุณภาพดีเข้าไปประจำการ ขึ้นอยู่กับความจริงจังของผู้นำ ซึ่งเป็นบุคคลที่รู้เรื่องอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องฝากอะไรเป็นหน้าที่ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมต้องทำ





