จุฑาธิป ขอสู้เต็มที่ในสเตจสุดท้ายศึกสองล้อทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026
การแข่งขันจักรยานทางไกลสตรีนานาชาติ “วีเมนส์ ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม-2 เมษายน 2569 โดยใช้เส้นทางในจังหวัดหนองคาย ระยะทางรวม 297.10 กิโลเมตร สำหรับพิธีเปิดการแข่งขันสเตจที่ 2 เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ลานนาคาเบิกฟ้า จุดชมบั้งไฟพญานาค อำเภอโพนพิสัย โดยได้รับเกียรติจาก นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย, คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ และหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ร่วมในพิธี
การแข่งขันสเตจที่ 2 เส้นทางเริ่มต้นจากลานนาคาเบิกฟ้า จุดชมบั้งไฟพญานาค วัดไทย ไปอำเภอโพนพิสัย-อำเภอรัตนวาปี-อำเภอเฝ้าไร่-อำเภอโพนพิสัย กลับมาเข้าเส้นชัยที่สนามกีฬากลางจังหวัดหนองคาย ระยะทาง 109.50 กิโลเมตร โดยได้รับเกียรติจาก นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย, พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ และหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ร่วมมอบรางวัลให้แก่นักกีฬา
ผลการแข่งขันแชมป์สเตจที่ 2 นักปั่นเข้าเส้นชัยมาเป็นกลุ่มใหญ่ แชมป์ตกเป็นของ เฉินหง จิน นักปั่นจากทีมเอ็กซ์ดีเอส ไชน่า วีเมน ของจีน, อันดับ 2 ยานินา คุสโคว่า นักปั่นทีมชาติคาซัคสถาน, อันดับ 3 เหงียน ทิ ทัต นักปั่นทีมชาติเวียดนาม เวลา 2.46.54 ชั่วโมงเท่ากัน ส่วนนักปั่นไทยที่ทำผลงานดีที่สุดได้แก่ “บีซ” จุฑาธิป มณีพันธุ์ นักปั่นทีมไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง ได้อันดับที่ 9 เวลา 2.46.54 ชั่วโมง
ด้านรางวัลเจ้าความเร็ว หรือ Intermediate Sprints จุดที่ 1 (IS1) ได้แก่ จุฑาธิป มณีพันธุ์ นักปั่นทีมไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง ส่วน IS2 เป็นของ เหงียน ทิ ทัต นักปั่นทีมชาติเวียดนาม และรางวัลนักกีฬาบู๊ยอดเยี่ยม (Most Combative Rider) ได้แก่ มาริยา เยลคินา นักปั่นทีมชาติคาซัคสถาน
ตำแหน่งผู้นำเวลารวมยังเป็นของ วาเลริยา ซาคาร์คินา นักปั่นทีมจีเอ็นซี-ฟิงซ์ เกิร์ล พาวเวอร์ ของจีน เวลารวม 5.18.33 ชั่วโมง ได้สวม “เสื้อเหลือง” ต่อไป ด้าน เหงียน ทิ ทัต นักปั่นทีมชาติเวียดนาม ได้รางวัลเบสต์อาเซียน หรือนักปั่นยอดเยี่ยมอาเซียน ได้สวม “เสื้อม่วง” ต่อไปอีก โดยมีเวลารวมอยู่อันดับ 2 เวลา 5.18.42 ชั่วโมง ส่วน ร.อ.หญิง จุฑาธิป มณีพันธุ์ นักปั่นทีมไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง หล่นลงมาอยู่อันดับ 6 เวลารวม 5.18.52 ชั่วโมง ด้านรางวัลผู้นำคะแนนรวมเจ้าความเร็ว เป็นของ เหงียน ทิ ทัต นักปั่นทีมชาติเวียดนาม ได้สวม “เสื้อเขียว” อีก 1 ตัว ส่วนผลการแข่งขันทั้งหมดติดตามได้ที่ www.tourofthailand.in.th
หลังการแข่งขัน พล.อ.เดชา เปิดเผยว่า ตนได้ดูเกมการแข่งขันมาโดยตลอด นักกีฬาไทยก็ทำผลงานได้ดีและไม่มีใครบาดเจ็บ สำหรับจุฑาธิปทำได้ดีกว่าวันแรก สามารถคว้าเจ้าความเร็วจุดที่ 1 มาครอง ส่วนจุดที่ 2 จุฑาธิปเซฟตัวเองไว้เพื่อมาสปรินท์หน้าเส้นชัยตามแผนที่สตาฟฟ์โค้ชวางเอาไว้ ส่วนการแข่งขันสเตจที่ 3 ซึ่งเป็นสเตจสุดท้าย หากจะให้จุฑาธิปคว้าตำแหน่งเบสต์อาเซียนนั้นถือว่าค่อนข้างเหนื่อย เพราะเวลายังตามหลัง เหงียน ทิ ทัต ของเวียดนาม 10 วินาที หากจะแซงได้ก็ต้องคว้ารางวัลเจ้าความเร็วให้ได้ทั้ง 2 จุด และมาชนะเขาในการสปรินท์เข้าเส้นชัย แต่ตนก็ไม่อยากให้นักกีฬามีความกดดันขอแค่ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
พล.อ.เดชา กล่าวอีกว่า ส่วนแผนการเก็บตัวเพื่อเตรียมทีมสู้ศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น จากเดิมวางแผนว่าจะให้นักกีฬาเก็บตัวที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ว่าหลายจังหวัดในภาคเหนือโดยเฉพาะเชียงใหม่มีปัญหาเรื่องค่าฝุ่น PM2.5 สูงมาก ดังนั้นก็จะปรับแผนให้นักกีฬาไปเก็บตัวที่อื่น โดยมองไว้ 2 แห่งคือที่จังหวัดพิษณุโลกซึ่งจะมีเส้นทางปั่นขึ้นเขาที่บ้านรักไทย หรือที่จังหวัดนครนายกก็จะปั่นเส้นทางขึ้นเขาใหญ่ เพราะมีสภาพภูมิประเทศและเส้นทางปั่นขึ้นเขาคล้ายกับเมืองนาโกยา แต่หลังจากนี้ก็จะปล่อยให้นักกีฬาพักผ่อนประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพราะกรำศึกหนักกันติดต่อกันมาหลายรายการ
ส่วน “บีซ” จุฑาธิป กล่าวว่า สภาพร่างกายตนเองดีขึ้นกว่าสเตจที่ 1 เพราะได้พักผ่อนเต็มที่ รู้สึกว่ารอบขาไหลลื่นขึ้น แต่ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนและเกมที่ใช้ความเร็วสูง ประกอบกับร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ 100% แต่ตนก็พยายามทำหน้าที่ในแต่ละจุดให้เต็มที่ ไม่กดดันตัวเอง ก็ได้เจ้าความเร็วจุดที่ 1 มา ส่วนจุดที่ 2 ก็อยากได้แต่พยายามเก็บแรงเอาไว้สปรินท์หน้าเส้นชัยดีกว่า สำหรับสเตจสุดท้ายถือว่าเป็นโจทย์ที่ยากมาก เนื่องจากเกมสปรินท์ตนยังทำได้ไม่เต็มที่ แต่ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด
สำหรับการแข่งขันสเตจที่ 3 (สเตจสุดท้าย) วันที่ 2 เมษายน มีพิธีเปิดการแข่งขันที่ลานพญานาค (ลานวัฒนธรรมเบิ่งเวียง) อำเภอศรีเชียงใหม่ เริ่มเวลา 08.30 น. โดยได้รับเกียรติจาก นายจำลักษ์ กันเพ็ชร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานในพิธี เส้นทางเริ่มต้นจากจุดชมวิวลานพญานาค อำเภอศรีเชียงใหม่ ไปตำบลกองนาง-อำเภอท่าบ่อ-ตำบลปะโค กลับมาเข้าเส้นชัยที่หน้าสนามกีฬากลางจังหวัดหนองคาย ระยะทาง 81.90 กิโลเมตร โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ และยูทูบ ThaiPBS ของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป





