เศรษฐกิจแบบนี้ ‘คนรวย’ ยังรูดบัตรฉ่ำ แต่ ‘ชนชั้นกลาง’ เริ่มไม่ไหวแล้ว

คุณคิดว่าคนไทยใช้ ‘บัตรเครดิต’ มากขึ้นหรือน้อยลงในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้?

economy

‘Visa Thailand’ เผยว่าในปี 2025 ตลาดบัตรเครดิตของไทยมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากปี 2024 แค่ 1% เท่านั้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่มีการหดตัวเฉลี่ยประมาณ 1%

อย่างไรก็ตาม ผู้ถือบัตรเครดิตของ ‘ttb’ (ธนาคารทหารไทยธนชาต) กลับมียอดใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึง 15% ในปี 2025 และเพิ่มขึ้น 21% ในไตรมาส 4 โดยเฉพาะ ส่งผลให้ ttb ขยับเป็นอันดับ 5 จากอันดับ 6 ของบัตรที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดในไทย พร้อมเป้าหมายในการขยับเป็นอันดับ 4 ภายใน 3 ปี

เพราะอะไรผู้ถือบัตร ttb ถึงใช้จ่ายผ่านบัตรมากขึ้น? มาดูกัน

ยอดการใช้จ่ายของกลุ่มคนมีฐานะโตสูงสุด แม้สัดส่วนผู้ถือบัตรน้อยกว่าเพื่อน

ttb
‘อรพิม ขาวสอาด’ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้า Retail Customer Segment and Marketing ของ ttb

‘อรพิม ขาวสอาด’ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้า Retail Customer Segment and Marketing ของ ttb อธิบายว่า จากฐานลูกค้ากว่า 1.6 ล้านใบ สามารถแบ่งออกเป็นสามกลุ่มได้แก่

  1. Middle-Income Segment หรือกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง คิดเป็น 80% ของผู้ถือบัตรเครดิตทั้งหมด
  2. Mass Affluent Segment (บัตร ttb absolute) หรือกลุ่มลูกค้าเริ่มสร้างความมั่งคั่ง คิดเป็น 16% ของผู้ถือบัตรเครดิตทั้งหมด
  3. Wealth Segment (บัตร ttb reserve) หรือกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่ง คิดเป็น 4% ของผู้ถือบัตรเครดิตทั้งหมด

แม้กลุ่มรายได้ปานกลางจะคิดเป็นสัดส่วนสูงสุดของผู้ถือบัตรเครดิต ttb แต่ถ้ามาดูการเติบโตของยอดใช้จ่ายในปี 2025 กลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม โดย

  1. Wealth Segment ใช้จ่ายผ่านบัตรมากขึ้น 35%
  2. Mass Affluent Segment ใช้จ่ายผ่านบัตรมากขึ้น 28%
  3. Middle-Income Segment ใช้จ่ายผ่านบัตรมากขึ้น 5%

“ตั้งแต่โควิด เราอาจได้ยินกันมาตลอดว่า คนที่รวย เขาก็ยังรวยอยู่ ไม่ค่อยได้รับอิมแพคเท่าไร ต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ขณะที่คนระดับล่างในภาวะเศรษฐกิจไม่ดีก็อาจค่อนข้างลำบาก เพราะฉะนั้น อรว่านี่เป็นอีกอย่างที่ตอกย้ำว่าคนที่มั่งคั่ง ไม่ว่ายังไง เขาก็ยังมีกำลังทรัพย์ในการใช้จ่ายได้อย่างต่อเนื่อง” อรพิมกล่าว

ยังโฟกัสกับลูกค้ากลุ่ม Middle-Income แต่ก็จัดหาโปรใหม่ๆ มาตอบโจทย์ทุกกลุ่ม

ในปี 2026 ทาง ttb จึงจะรุกกลุ่ม Wealth มากขึ้น ผ่านการจัดหาโปรโมชันหรือสิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์ผู้ถือบัตร ttb reserve เช่น การพาร์ทเนอร์กับโรงเรียนนานาชาติ Kings College Bangkok ที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมในการรูดจ่ายค่าเทอม รวมถึงสะสมแต้มและผ่อนได้ด้วย

ขณะเดียวกัน ttb ก็จะหาอะไรใหม่ๆ มาดึงดูดลูกค้ากลุ่ม Mass Affluent มากขึ้นเช่นกัน เพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังทรัพย์รองลงมา โดยเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าสินทรัพย์ตั้งแต่ 1 ล้าน – 5 ล้านบาท

สำหรับกลุ่ม Middle-Income อรพิมมองว่า เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเรื่องการใช้จ่ายมากกว่าลูกค้ากลุ่มอื่น ซึ่งทาง ttb ก็ไม่อยากสนับสนุนให้ผู้บริโภคใช้จ่ายเกินตัว

ทั้งนี้ เนื่องจากฐานลูกค้าของบัตร ttb ส่วนใหญ่คือ Middle-Income และยังคงเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในปี 2026 บริษัทจึงพยายามหาโปรโมชันสำหรับหมวดสินค้าและบริการที่จำเป็น เพื่อเป็นทางเลือกในการประหยัดค่าใช้จ่ายแทน

ปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มผู้ถือบัตร 3 แสนใบ จัดหาโปรโมชันมาเพื่อเอาใจลูกค้าทุกกลุ่ม

นอกจากนั้น อรพิมกล่าวว่า ttb ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าประมาณ 3 แสนใบในปีนี้ และต้องการให้ลูกค้าเดิมใช้จ่ายผ่านบัตรมากขึ้นด้วย ผ่านกลยุทธ์ 4 ข้อได้แก่

  1. ขยายฐานลูกค้าผ่านพันธมิตร: จากที่เคยจับมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง ‘Global House’ และ ‘Disney’ ทาง ttb มองว่าการออกบัตรใหม่ที่ตอบโจทย์ฐานแฟนคลับ สามารถช่วยขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีคุณภาพ ส่งผลให้ปีนี้ จึงวางแผนคอลแลบกับพันธมิตรอื่นๆ อีก
  1. ทำการตลาดเชิงรุกและเชิงรับด้วยข้อมูลเชิงลึกกับ AI: ttb จะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำงานผ่านเครื่องมือ เช่น Social Listening ในการฟังความเห็นของลูกค้า คู่แข่ง หรือเทรนด์ต่างๆ รวมถึงทำ Search Engine Optimization เพื่อให้ผู้บริโภคเสิร์ชเจอบริการขององค์กรอย่างง่ายดาย
  1. เป็นที่หนึ่ง เป็นเจ้าแรก และเป็นผู้นำเทรนด์: ttb อยากทำพันธมิตรกับแบรนด์ต่างๆ ที่ไม่เคยร่วมงานกับใครมาก่อน เพราะเชื่อว่าการที่สามารถหาเจ้าใหม่ๆ หรือเจ้ายากๆ มาจะเป็นผลดีต่อลูกค้าทุกคน
  1. ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ สร้างประสบการณ์การใช้จ่ายและสร้างความคุ้มค่าให้กับลูกค้า: เช่น การที่ ttb ไปจับมือกับโรงเรียนนานาชาติ ทางองค์กรยังไปร่วมโปรโมชันกับร้านค้าอื่นๆ ในละแวกนั้นด้วย เนื่องจากมองว่าผู้ปกครองคงมีโอกาสได้ใช้สิทธิประโยชน์เหล่านี้

ณ วันนี้ ttb ยังสามารถทำยอดผู้สมัครบัตรได้ตามเป้าที่วางไว้ แต่อรพิมเผยว่า คงต้องดูสถานการณ์ในไตรมาส 2 ด้วยว่าจะสร้างผลกระทบรุนแรงขนาดไหน เพราะเหตุการณ์หลายๆ อย่างก็เพิ่งเกิดขึ้น

จากกลยุทธ์ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จึงเป็นเหตุผลที่ ttb ยังสามารถเติบโตได้สวนทางกับตลาดที่เติบโตเพียงเล็กน้อยหรือหดตัว 

แต่ไม่ว่าผู้คนจะใช้จ่ายบัตรมากขึ้นหรือน้อยลง คำถามสำคัญอาจไม่ใช่แค่ “ใครใช้จ่ายผ่านบัตรบ้าง?” แต่คือ “ใครบ้างที่ยังมีกำลังใช้จ่ายอยู่?”

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา