ปลัดมท. ลุยเชียงใหม่ ติดตามสถานการณ์ฝุ่น2.5 ย้ำต้องหาฮอตสปอต เพื่อเข้าแก้ปัญหา

เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการปกครอง ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง นายอัธยา นวลอุทัย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย และรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ รวมถึงนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วม

นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า นายกฯ ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ติดตามสถานการณ์ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด พร้อมทั้งกำชับให้กระทรวงมหาดไทยโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยบูรณาการร่วมกับกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งตนในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติได้ลงนามโทรสารสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดให้ดำเนิน 4 มาตรการเข้มข้นในการแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งติดตามและรายงานผลไปยังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง เพื่อร่วมกับหน่วยงานด้านวิชาการตลอดจนภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อว่า ในขณะนี้สถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่จ.เชียงใหม่ ตลอดจนถึงจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนืออยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนที่พบจุดความร้อน (Hotspot) มากกว่า 200 จุด รองลงมา คือ จ.ตาก ในขณะที่จ.เชียงใหม่ ณ เวลานี้ จำนวนจุดความร้อนลดลงเหลือ 100 จุด อย่างไรก็ตาม เราต้องหาสาเหตุของปัญหาด้วยการหาจุดความร้อน (Hotspot) และปฏิบัติการแก้ไขปัญหาในแต่ละพื้นที่ควบคู่การสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอนนี้จุดที่เกิดเพลิงไหม้อยู่ในที่สูง เราจึงต้องระดมวัสดุอุปกรณ์ทั้งหมด ทั้งในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่วนราชการต่างๆ และของเหล่าทัพ โดยในขณะนี้ท่านเสนาธิการทหารบกได้ประสานมายังกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติในการปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่สูง นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ จะต้องเป็นผู้นำ และกำชับปลัดอำเภอประจำตำบลในการสร้างความรับรู้เข้าใจกับประชาชนรวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างความร่วมมือในการช่วยกันยุติปัญหาไฟป่าและหมอกควัน

Advertisement

นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า และในส่วนของผู้ที่ยังฝ่าฝืนกฎหมายไม่ปฏิบัติตามประกาศ หรือข้อบังคับต่างๆ หรือปล่อยปละละเลย ก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่มีละเว้น ขณะเดียวกันเมื่อเราแก้ไขปัญหาภายในพื้นที่ของเราได้แล้ว หากยังมีสถานการณ์จากประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องใช้กลไกการเจรจาระหว่างประเทศเพื่อขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านในการยุติปัญหาต่อไป และในระยะต่อไป จะต้องนำหลักวิชาการตามมาตรการบริหารจัดการพลังงานด้วยการชิงเผา (early burning) หรือการเผาแบบควบคุม (prescribed burning) ด้วยการวางแผนจัดการควบคุมไฟในระดับชุมชนซึ่งจะสามารถลดปริมาณเชื้อเพลิงชีวมวล และลดความรุนแรงของสถานการณ์

นายอรรษิษฐ์กล่าวอีกว่า ในช่วงเวลานี้ยังคงเกิดสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รณรงค์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนได้ดูแลสุขภาพของตนเอง ด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัย และงดทำกิจกรรมกลางแจ้ง ขณะเดียวกันให้จัดชุดบูรณาการปฏิบัติการลงพื้นที่แก้ไขสถานการณ์ และให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยใช้อากาศยาน KA-32 ในการควบคุมไฟป่าอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งประสานหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเหล่าทัพในการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วและต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ หากการดำเนินการเกินกว่ากำลังของจังหวัด ขอให้เร่งประสานมายังส่วนกลาง เพื่อผู้บริหารระดับสูงนำเสนอต่อผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนภารกิจเพื่อให้การช่วยเหลือและดูแลประชาชนเป็นไปอย่างคล่องตัวและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า หากผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอพบว่าสถานการณ์ที่ดีขึ้น ขอให้ได้แถลงข่าวประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับรู้รับทราบว่า สถานการณ์ดีขึ้นแล้ว และภาครัฐได้เร่งดำเนินการทุกมาตรการเพื่อให้สถานการณ์กลับมาเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว แต่ทว่าหากสถานการณ์ได้รับผลกระทบจากประเทศเพื่อนบ้าน เราก็ได้มีการพูดคุยสื่อสารกับผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อนบ้านในการร่วมแก้ไขปัญหา เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ทั้งนี้ ระบบ Cell Broadcast ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือได้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น และงดกิจกรรมกลางแจ้งในช่วง 2-3 วันนี้