
จีนในบทบาทพ่อค้าคนกลางกำลังขายต่อก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในปริมาณมากเป็นประวัติการณ์ ฉวยคว้าโอกาสเพื่อทำเงินท่ามกลางสงครามอิหร่าน
รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า บริษัทจีนกำลังขายต่อก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในปริมาณมากเป็นประวัติการณ์ โดยได้ประโยชน์จากการที่สามารถทำเงินจากราคาสปอตที่พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากจีนมีก๊าซในประเทศและก๊าซจากท่อส่งเพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการของตนเอง ซึ่งต่างอย่างสิ้นเชิงกับผู้ซื้อในเอเชียรายอื่นๆ ที่กำลังดิ้นรนหาแหล่งก๊าซทดแทนที่ถูกตัดขาดจากสงครามอิหร่าน
ตามข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ข้อมูล ICIS, Kpler และ Vortexa ระบุว่า จีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวรายใหญ่ที่สุดของโลก รีโหลด หรือนำก๊าซบรรจุกลับเข้าไปในคาร์โก้อีกครั้งเพื่อส่งออกต่อก๊าซธรรมชาติเหลว 8-10 เที่ยวเรือในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นปริมาณรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ข้อมูลของ Kpler แสดงให้เห็นว่า ในปีนี้ จีนรีโหลดก๊าซธรรมชาติเหลวไปแล้ว 1.31 ล้านตัน หรือ 19 เที่ยวเรือ โดยส่งให้เกาหลีใต้ 10 เที่ยวเรือ ไทย 5 เที่ยวเรือ และที่เหลือส่งให้ญี่ปุ่น อินเดีย และฟิลิปปินส์
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว จีนขายต่อก๊าซธรรมชาติเหลวได้ 0.82 ล้านตันในปี 2025 และ 0.98 ล้านตันในปี 2023 ซึ่งเป็นปริมาณรวมรายปีสูงสุดเป็นอันดับสองเป็นประวัติการณ์
จีนสามารถขายต่อก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในปริมาณที่มากขึ้นได้ เนื่องจากความต้องการใช้ LNG ภายในประเทศทรงตัว โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอทำให้ความต้องการจากภาคอุตสาหกรรมลดลง ในขณะที่การผลิตก๊าซภายในประเทศและซัพพลายก๊าซผ่านท่อจากรัสเซียกำลังเติบโต
มาตรการขายต่อนี้แตกต่างจากมาตรการของจีนเมื่อเดือนที่แล้วที่สั่งห้ามการส่งออกเชื้อเพลิงกลั่น เพื่อรักษาระดับอุปทานสำหรับใช้ภายในประเทศ ท่ามกลางข้อจำกัดด้านอุปทานน้ำมันดิบที่เกิดจากสงคราม
“ท่ามกลางภาวะความต้องการภายในประเทศที่อ่อนแอ การที่ผู้ซื้อจะขายต่อก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ต่อในต่างประเทศจึงดูสมเหตุสมผลกว่า” หวัง หยวนต้า นักวิเคราะห์จาก ICIS กล่าว พร้อมเสริมว่าวิกฤตการณ์อิหร่านยังผลักดันให้ราคาก๊าซธรรมชาติเหลวในตลาดสปอตสูงขึ้นด้วย
“ไม่มีแรงกดดันจากความต้องการ เนื่องจากฤดูหนาวสิ้นสุดลงแล้ว และราคาสปอตก็ดี ทำให้จีนสามารถนำมาขายต่อได้”
ราคาก๊าซธรรมชาติเหลวในเอเชียพุ่งขึ้น 85% นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้การขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณหนึ่งในห้าของโลกหยุดชะงัก
นักวิเคราะห์จาก Vortexa กล่าวในรายงานว่า สถานีขนส่งปินไห่ในมณฑลเจียงซูของ China National Offshore Oil Corporation : CNOOC หนึ่งในบริษัทน้ำมันแห่งชาติรายใหญ่ของจีน คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของการขายต่อในเดือนมีนาคม
ICIS คาดว่าการนำเข้าในเดือนเมษายนจะยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 3.7 ล้านตัน
“จีนจะไม่เข้ามาแข่งขันแย่งชิงสินค้ากับประเทศอื่น ๆ อย่างแน่นอน” หวังจาก ICIS กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




