เท้ง อัดรบ.อย่า 2 มาตรฐาน เน้นชายแดน แต่ละเลยไฟป่า PM2.5 ข้ามแดน จี้ดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด

เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เป็นประธานการประชุม วาระการพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอมาตรการเร่งด่วนและนโยบายการจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5

เวลา 20.30 น. นางการดี เลียวไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากการรับฟังเพื่อนสมาชิกทุกคนมาตั้งแต่เช้าวันนี้ เห็นว่ามีหลายเรื่องที่เห็นตรงกัน เรื่องแรกการผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ให้ทันก่อนเส้นตายที่จะเกิดขึ้น ไม่ยอมให้ พ.ร.บ.อากาศสะอาด กลับไปนับหนึ่งใหม่ จึงอยากให้ ครม.เร่งผลักดันเรื่องนี้ ประเด็นที่ 2 ที่เห็นตรงกันคือ การปรับปรุง พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้สอดคล้องกับภัยพิบัติ เช่น ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในครั้งนี้ ที่น่าจะมีการจัดการอย่างเป็นระบบ มีการบูรณาการ การทำงานร่วมกัน ดึงความเชี่ยวชาญที่เฉพาะทาง ใช้ข้อมูลที่มีมาวิเคราะห์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งนี้ ขอเสนอและยืนยันอีกครั้งว่า เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อติดตามตรวจสอบการแก้ไขวิกฤต PM2.5 อยากเป็นระบบและยั่งยืน

ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า จากการติดตามการอภิปรายทั้งวัน มีเพื่อนสมาชิกให้ความเห็นหลายคน แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะยืนยัน ในเรื่องปัญหาวิกฤตไฟป่า วิกฤตฝุ่น PM2.5 เป็นปัญหาที่รัฐบาลรู้แต่ละเลย ทำให้เกิดความล่าช้าในการแก้ปัญหา จนทำให้ปัญหา ลุกลามบานปลาย ทำให้เกิดโรคเรื้อรังแก่ประชาชนหลายล้านคน เพราะดูจากตัวเลขค่าฝุ่นและฮอตสปอตในพื้นที่ภาคเหนือในเดือนมีนาคมมีอยู่ 1,488 จุด ส่วนเมียนมาและลาวมีอยู่ 8,000 จุด PM 2.5 ในขณะนั้นยังไม่มีจังหวัดใดในภาคเหนือที่อยู่ในโซนสีแดง แต่ถัดมาวันที่ 24 มีนาคม ค่าฝุ่นพุ่งสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานและอันตราย เป็นพื้นที่สีแดง 3 จังหวัด เฉลี่ย 81.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลไม่ได้เลยในการแจ้งเตือนประชาชน ไม่ละเลยในการประกาศเขตภัยพิบัติ ไม่ละเลยการสนับสนุนและช่วยเหลือไปยังเจ้าหน้าที่ เชื่อว่าปัญหาในวันนี้คงจะเห็นทิศทางที่ดีในการแก้ปัญหา เช่น การจัดสวัสดิการ เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ให้เจ้าหน้าที่ จนวันนี้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ดับไฟป่า 1 คน จากข่าวที่ทราบภาคประชาสังคมและภาคประชาชนระดมเงินบริจาคระดมทุนกันเองเพื่อซื้อประกันชีวิต ซื้อประกันสุขภาพให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอยู่หน้างาน หัวละ 30 บาท สูงเกินไปหรือไม่ที่รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณไปซื้อประกันสุขภาพและสวัสดิการที่ดีให้เพียงพอกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน หรือจัดสรรกำลังคนลงไปหมุนเวียน เปลี่ยนกะที่ดีกว่านี้

นายณัฐพงษ์กล่าวด้วยว่า ที่สำคัญ PM2.5 ยังเกิดผลกระทบกับสุขภาพประชาชน มีงานวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปี 2567 ระบุว่า ทุกๆ ค่าฝุ่น PM2.5 ที่เพิ่มขึ้น 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร มีความสัมพันธ์โดยตรงกับอัตราการเสียชีวิตของประชากรในพื้นที่ 1.6% ใน 6 วันข้างหน้า ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มเปราะบาง ผู้มีโรคประจำตัว ที่จะถูกฝุ่น PM2.5 กระตุ้นให้เกิดอาการรุนแรงขึ้น จะส่งผลให้มีอัตราการเสียชีวิตที่มากขึ้น

Advertisement

“ผมขอสรุปว่าในขณะที่รัฐบาลพยายามสื่อสารมาโดยตลอดว่าให้ความสำคัญกับพ่อแม่พี่น้อง ครอบครัวทหารที่กำลังต่อสู้กับศัตรู เพื่อปกป้องพ่อแม่พี่น้องในจังหวัดชายแดน ผมอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญในการสดุดีและให้สวัสดิการที่มีเพียงพอกับเจ้าหน้าที่ที่ต่อสู้ไฟป่า ที่กำลังปกป้องชีวิตคนไทยอีกหลายล้านคน ที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 เช่นเดียวกัน อย่าเลือกปฏิบัติ 2 มาตรฐาน อย่าให้คนไทยตั้งคำถามว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องชายแดน เพราะเล่นไปกับกระแสชาตินิยมหรือเปล่า แล้วละเลยการแก้ไขปัญหาไฟป่าละเลยการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 หรือเปล่า” นายณัฐพงษ์กล่าว

นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ พ.ร.บ.อากาศสะอาดอยู่ใน ครม. ที่ต้องยืนยันกลับมาภายใน 60 วัน หลังเปิดประชุมสภาวันแรก อยู่ในอำนาจคณะรัฐมนตรีเต็มร้อย ที่จะผ่านกฎหมายฉบับนี้เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน ซึ่งปัญหานี้จะแก้โดยใช้การเจรจาระหว่างประเทศอย่างเดียวไม่ได้ แต่เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกมาตรการที่ต้องทำคู่กันไปคือมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ ใช้เงินทุนในการควบคุม วันนี้ประเทศเพื่อนบ้านมีการปลูกข้าวโพด และนำเข้าในประเทศไทย ก็อย่าให้ประชาชนต้องตั้งคำถามว่าตกลงแล้วมีบริษัทนายทุนคนไหนที่กำลังผลิตอาหารสัตว์ นำเข้าข้าวโพดที่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบอย่างดีเพียงพอว่าตกลงแล้วไม่ได้ใช้การเผาผ่านคุณภาพเข้ามาในประเทศหรือเปล่า หรือจริงๆ แล้วยังคงมีการนำเข้าแล้วละเลยเรื่องการควบคุมปัญหาผลข้ามพรมแดนอย่างนี้อยู่

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ทั้งนี้เชื่อว่า ส.ส.ทุกคนเป็นผู้แทนของประชาชนมาจากพื้นที่วิธีการเดียวที่จะกอบกู้ศรัทธาประชาชน คือการแสดงความจริงจังในการแก้ปัญหา วันนี้อย่าให้ปัญหาต้องลุกลามแล้วทำให้ ประชาชนป่วยเป็นโรคเรื้อรัง ด้วยการผ่าน พ.ร.บ.อากาศสะอาดคืนอากาศที่ดีให้กับประชาชน