โอกาสของเพื่อไทย บทบาท8รมต.ในครม.อนุทิน กระทรวงที่พอเหมาะพอดี

คณะรัฐมนตรีอนุทิน 2 เกิดขึ้นในท่ามกลางวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง วิกฤตน้ำมันอันหนักหนาสาหัส อีกทั้งกระทรวงหลักที่พรรคภูมิใจไทยเข้าบริหารนั้น เป็นกระทรวงด้านเศรษฐกิจ ด้านการค้า
ด้านพลังงานโดยตรง

ตามรายชื่อที่ได้รับโปรดเกล้าฯแล้วนั้น มี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรองนายกฯและ รมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ คนนอกโควต้านายกฯ เป็นรองนายกฯและ รมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เป็น รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็น รมว.พลังงาน

ถือว่าต้องบริหารความเสี่ยงในด้านคะแนนนิยมและด้านเสียงวิจารณ์รวมทั้งอารมณ์โกรธแค้นจากชาวบ้านอย่างมาก

ขณะที่รัฐบาลชุดนี้ ประกอบด้วยพรรคการเมืองเพียง 2 พรรคเท่านั้น คือ ภูมิใจไทยและเพื่อไทย

โดยภูมิใจไทยได้รัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วย รวม 27 เก้าอี้ ส่วนเพื่อไทย ได้ 5 รัฐมนตรีว่าการกับ 3 รัฐมนตรีช่วย

Advertisement

8 รัฐมนตรีของเพื่อไทยประกอบด้วย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายประเสริฐ จันทรรวงทองรมว.ศึกษาธิการ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน นายนิกร โสมกลาง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ

จุดที่น่าสนใจสุดคือ กรณี ดร.เชน ซึ่งเป็นแคนดิเดตนายกฯอันดับ 1 แม้วันนี้พลาดเป้า เป็นพรรคที่มี ส.ส.เป็นอันดับ 3 แต่การที่ ดร.เชน ได้นั่งเก้าอี้รองนายกฯควบรัฐมนตรี อว. ถือว่าลงตัวอย่างมาก มีโอกาสจะได้ทำงานที่ถนัดถนี่คือด้านวิทยาศาสตร์ หากสามารถนำมาปรับใช้ให้เป็นวิทยาศาสตร์ที่สอดรับกับการแก้วิกฤตประเทศ ไม่ว่าวิกฤตพลังงาน วิกฤตด้านเกษตรด้านพืชผล

หากสร้างผลงานได้เป็นรูปธรรม จะทำให้ ศ.ดร.ยศชนัน โดดเด่นจนสามารถเป็นคู่ชิงนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งสมัยหน้าได้

ยิ่งการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นโควต้าของเพื่อไทยทั้งกระทรวง นอกจากจะเป็นโอกาสในการสร้างผลงานเพื่อเข้าถึงคนรากหญ้า มวลชนในอีสานและภาคเหนือ ซึ่งเป็นฐานเสียงของเพื่อไทย และมีโอกาสจะขยายให้กว้างมากขึ้นกว่าเดิมในการเลือกตั้งสมัยหน้าอีกด้วย

หากนำเอางานวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ของ ดร.เชน มาผสมผสานพัฒนายกระดับงานด้านเกษตรได้ ก็จะเป็นโอกาสสำคัญของเพื่อไทย ในการฟื้นคืนความเป็นพรรคใหญ่ ให้ใกล้เคียงหรือเทียบเท่าในอดีตก็เป็นได้

เท่ากับว่า การเข้าร่วม ครม.กับพรรคภูมิใจไทยแบบสงบเสงี่ยมและราบรื่น แล้วได้โควต้ากระทรวงด้านวิทยาศาสตร์รองรับ ดร.เชน ได้กระทรวงเกษตรเพื่อเจาะสู่ฐานเสียงดั้งเดิม และได้กระทรวงศึกษา
กระทรวงแรงงาน กระทรวงด้านสังคม ก็นับว่าพอเหมาะพอดีกับสถานการณ์ของเพื่อไทยในวันนี้

ด้านหนึ่งไม่ต้องไปยุ่งกับกระทรวงเศรษฐกิจการค้า ที่กำลังเผชิญอภิมหามรสุมรุนแรงและยาวนาน

แต่ได้กระทรวงที่ทำงานกับชาวบ้าน ไม่ต้องเสี่ยงกับวิกฤตน้ำมันมากนัก ก็เป็นโอกาสที่ดีของเพื่อไทยไปในตัว

ผลการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งออกมาอย่างไม่สวยนักสำหรับเพื่อไทย แต่การพลิกเกมด้วยการหาทางเจรจาเข้าร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยได้อย่างเนียนๆ และเลือกกระทรวงที่พอเหมาะพอดี สอดรับกับสถานการณ์ ที่จะต้องหาทางสร้างผลงาน เพื่อโอกาสในการเลือกตั้งครั้งหน้า

แถมยังเป็นจังหวะที่เอื้ออำนวย เมื่อภูมิใจไทยตัดสินใจไม่เลือกพรรคกล้าธรรม ยิ่งส่งผลให้การจัดกระทรวงระหว่างภูมิใจไทยและเพื่อไทยง่ายดายและลงตัวมากขึ้น

เหลือเพียงจะใช้ความสามารถ ความจริงจัง ในการสร้างผลงานในรัฐบาลชุดนี้ ภายใต้การทำงานของ 8 รัฐมนตรีสีแดงได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

นั่นจะเป็นคำตอบว่าเพื่อไทยจะมีโอกาสกลับมาในการเลือกตั้งครั้งหน้าได้หรือไม่