
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ในการเปิดตลาดช่วงเช้าวันที่ 2 เมษายน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ได้พุ่งทะยานขึ้นไป 7.4% อยู่ที่กว่า 108.69 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศเดินหน้าโจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วงต่อไปอีกหลายสัปดาห์ ทำลายความหวังของบรรดานักลงทุนที่หวังไว้ว่า สงครามจะยุติลงในเวลาอันใกล้นี้
ทั้งนี้ ราคาตอนปิดตลาด เมื่อวันที่ 1 เมษายน มีการปรับตัวลดลง ท่ามกลางความหวังว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางจะลดลง จนทำให้ราคาน้ำมันดิบลดลงไปต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงหนึ่ง
ขณะเดียวกัน ดัชนี FTSE100 ในลอนดอน เปิดตลาดลดลง 0.2% ส่วนที่แฟรงก์เฟิร์ต ดัชนีหุ้น Dax ของเยอรมนีลดลง 1.6% ขณะที่ Cac40 ของฝรั่งเศส ปรับลดลง 0.8%
ส่วนตลาดหุ้นเอเชีย ปิดตลาดวันที่ 2 เมษายน ต่างพากันปรับตัวลดลง โดย นิกเคอิ ของญี่ปุ่น ลดลง 2.4%, คอสปี ของเกาหลีใต้ ลดลง 4.5%, หั่งเส็ง ของฮ่องกง ลดลง 0.7% และคอมโพสิต เซี่ยงไฮ้ ลดลง 0.7%




