
ปคม.บุกทลายแก๊งขอทานเด็ก จับ 2 ผัวเมียรีดเงินผ่าน QR Code บังคับเด็กทำงานโต้รุ่ง ช่วยเหยื่อ 3 ชีวิต พ้นนรกถูกทุบตี-ขู่เข็ญ ใช้งานหนักนานนับปี
เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. ร่วมสั่งการให้ พ.ต.อ.อลงกต คชแก้ว ผกก.5 บก.ปคม.พ.ต.ท.เกริก เสนาะสำเนียง รอง ผกก.5 บก.ปคม. พ.ต.ต.หญิง พรรษาวดี คล้อยระยับ สว.กก.5 บก.ปคม.
นำกำลังเข้าจับกุม นายอาทร (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี และ น.ส.พิมพ์วิมล (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1451-1452/2569 ลงวันที่ 11 มี.ค.69
ในข้อหา “สมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ (แสวงหาประโยชน์จากการนำคนมาขอทาน), บังคับ ขู่เข็ญ หรือชักจูงให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร และแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก” โดยสามารถจับกุมได้ในพื้นที่หมู่ 4 ต.ตาก้อง อ.เมือง จ.นครปฐม
จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองมีพฤติการณ์นำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มาบังคับใช้แรงงาน ด้วยการตระเวนขอทานตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ บริเวณตลาดรอบองค์พระปฐมเจดีย์ งานวัดประจำปี รวมถึงงานคอนเสิร์ตต่างๆ ในพื้นที่ จ.นครปฐม และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงเมืองพัทยา จ.ชลบุรี
โดยจะบังคับให้เด็กสวมใส่ชุดนักเรียน เพื่อสร้างความน่าสงสารแก่ประชาชน พร้อมนำภาพถ่าย QR Code บัญชีธนาคารของผู้ต้องหาติดไว้ที่กล่องขอทาน หากมีผู้ใจบุญโอนเงิน เงินจะเข้าบัญชีของผู้ต้องหาโดยตรง ขณะที่เด็กต้องจดบันทึกยอดเงิน หรือถ่ายภาพเป็นหลักฐานยืนยัน หากไม่มีข้อมูลมายืนยัน จะถูกดุด่า ข่มขู่ หรือทำร้ายร่างกาย
จากการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ประกอบด้วย เงินสด 52,200 บาท (ส่วนใหญ่เป็นธนบัตรชนิด 20 บาท), รถยนต์ 2 คัน, รถจักรยานยนต์ 6 คัน, รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 2 คัน, ทองคำหนัก 3 บาท รวมถึงกล่องขอทาน ชุดนักเรียน และสติกเกอร์ QR Code
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถให้การช่วยเหลือเยาวชนผู้เสียหายได้ 3 ราย ได้แก่ นายเอ อายุ 17 ปี, นายบี อายุ 16 ปี และ ด.ช.ซี อายุ 11 ปี (นามสมมติ) ซึ่งทั้งหมดเป็นเด็กเร่ร่อนที่ถูกผู้ต้องหาเก็บมาเลี้ยงดู ก่อนถูกบังคับเข้าสู่วงจรขอทานดังกล่าวนาน 3-9 ปี โดยไม่ได้รับการศึกษา และต้องทำงานบ้านอย่างหนักในช่วงกลางวัน ก่อนถูกส่งออกไปขอทานตั้งแต่เวลา 18.00-02.00 น. ของทุกวัน
เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองยังให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปคม. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ส่วนเด็กผู้เสียหาย ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อให้การดูแลและฟื้นฟูต่อไป




