ใครสาย ‘ไอติมผัด’ ต้องกำลังแอบยิ้มอยู่แน่ๆ เพราะตอนนี้ Swensen’s เปิดร้านคอนเซปต์ใหม่ภายใต้ชื่อ Swensen’s The Creation ขาย ‘ไอติมผัด’ ที่ให้ลูกค้าเลือกท็อปปิ้งได้ตามใจ พร้อมผัดกันสดๆ หน้าร้านทุกออเดอร์!

ขาย ‘ไอติมผัด’ ลูกค้าเลือกได้ทั้ง ‘รสไอติม+ท็อปปิ้ง+ซอส’
Swensen’s The Creation คือชื่อคอนเซปต์ใหม่ของร้าน Swensen’s สาขาใหม่ ที่ตั้งอยู่ใต้ตึกสยามสเคป ความพิเศษของสาขานี้คือไม่ได้มีแค่เมนูไอศกรีมแบบเดิมๆ แต่ยังมีเมนู ‘ไอติมผัด’ ที่เปิดให้ลูกค้าได้เป็น ‘The Creation’ หรือ ‘นักสร้างสรรค์’ ไอติมได้ตามใจ
โดยวิธีการสั่งไอติมผัดในรูปแบบของ Swensen’s The Creation มี 3 สเต็ป ได้แก่
สเต็ปแรก ร้านจะให้ถ้วย 1 ใบกับลูกค้านำไปตัก ‘ท็อปปิ้ง’ บริเวณบาร์ที่เรียกว่า ‘Pick & Mix Topping Bar’ โดยลูกค้าสามารถตักอะไรก็ได้ในบาร์ ขอเพียงใส่ในถ้วยที่กำหนดพอและไม่หกล้นออกจากถ้วย
‘Pick & Mix Topping Bar’ จะมีท็อปปิ้งให้เลือกกว่า 30 อย่างซึ่งจะหมุนเวียนเปลี่ยนกันไปในแต่ละวัน ยกตัวอย่างเช่น ‘หมวดผลไม้สด’ วันนี้มีองุ่นไซมัตคัส แคนตาลูป มะพร้าวอ่อน บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ สตอว์เบอร์รี่เชื่อม หรือถั่วแดง
‘หมวดกรุบกรอบ’ วันนี้มีฟรุตลูป ซีเรียลครั้นช์ ช็อคโกครั้นช์ บราวนี่ เพรทเซล เอ็มแอนด์เอ็ม กราโนล่า อัลมอนด์ ช็อคโกแลตชิพ โอริโอ้ครัมเบิ้ล บัตเตอร์ครัมเบิ้ล และเรนโบว์
นอกจากนั้น ยังมี ‘ท็อปปิ้งพิเศษ’ ที่จะต้องจ่ายเงินเพิ่ม อาทิ แมคคาเดเมีย เม็ดมะม่วงหิมพานต์ พิสตาชิโอ ซอสนูเทลล่า เฟอร์เรโรรอชเชอร์ สตอว์เบอร์รีสด ไปจนถึงซอสพิสตาชิโอ ในราคาเสิร์ฟละ 15-20 บาท
หลังลูกค้าเลือก ‘ท็อปปิ้ง’ แล้วก็สามารถเลือกซอสได้ 1 ซอส ได้แก่ แยมสตรอว์เบอร์รี่ ซอสบลูเบอร์รี่ ซอสช็อกโกแลนฟัดจ์ หรือซอสคาราเมล
สเต็ปสอง ลูกค้าค่อยเลือกรสชาติ ‘ไอติม’ ได้จากทุกรสที่มีอยู่ของ Swensen’s หลังจากนั้นเชฟจะทำการมิกซ์ไอติมเข้ากับท็อปปิ้งที่ลูกค้าเลือก
เมนูไอติมผัดนี้ 1 สกู๊ปจะมีราคาเริ่มต้น 149 บาท ถ้าเป็น 2 สกู๊ปจะมีราคาเริ่มต้น 179 บาท โดยไม่ว่าจะเป็นขนาด 1 สกู๊ปหรือ 2 สกู๊ปก็จะได้ถ้วยสำหรับตักท็อปปิ้งแค่ 1 ถ้วยและซอสแค่ 1 ซอสเท่านั้น ถ้าลูกค้าต้องการตักท็อปปิ้งเพิ่มอีกจะคิดราคาถ้วยละ 59 บาท

หรือถ้าใครไม่อยากเลือกรสชาติและท็อปปิ้งเองเพราะกลัวว่าจะไม่อร่อย ก็สามารถเลือกเมนูแนะนำจากเชฟหรือ Chef’s Recommendation ที่ตอนนี้มี 9 รสชาติให้เลือกในราคา 119 บาทต่อสกู๊ป ได้แก่
- Double Trouble ไอศกรีมรสช็อกโกแลต ท็อปปิ้งนูเทลล่า เฟอร์เรโร โรเชร์ และอัลมอนด์คั่ว
- Princess’s Favor ไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ท็อปปิ้งสตรอว์เบอร์รีและซอส และบิสกิตช็อตเบรด
- I Biscoff You ไอศกรีมรสวานิลลา ท็อปปิ้งบิสกิตบิสคอฟฟ์ และบิสคอฟฟ์สเปรด
- Fierce Girl ไอศกรีมรสช็อกโกแลต ท็อปปิ้งราสพ์เบอร์รี และแยมสตรอว์เบอร์รี
- Berry Century** ไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รี ท็อปปิ้งสตรอว์เบอร์รี ราสพ์เบอร์รี และบลูเบอร์รี
- Minster ไอศกรีมรสมิ้นท์ช็อกโกแลตชิพ ท็อปปิ้งช็อกโกแลตชิพ และเอ็มแอนด์เอ็ม
- 4 Kings ไอศกรีมรสแมคาเดเมีย ท็อปปิ้งอัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และพิสตาชิโอ
- Matcha Memory ไอศกรีมรสมัทฉะยาเมะ ท็อปปิ้งถั่วแดง และโมจิ
- PB Jelly ไอศกรีมรสวานิลลา ท็อปปิ้งเนยถั่ว ราสพ์เบอร์รี และแยมราสพ์เบอร์รี

Swensen’s Never Die แบรนด์ระดับตำนานที่บอกว่าพี่จะอยู่!
‘อนุพนธ์ นิธิยานันท์’ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เล่าถึงจุดเริ่มต้นของคอนเซปต์ใหม่อย่าง Swensen’s The Creation ว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยมี ‘ร้านไอศกรีม’ 3,000 แห่งทั่วประเทศ ทำให้ตลาด ‘ร้านไอศกรีมไทย’ มีมูลค่ามากถึง 10,000 ล้านบาท
เป็นเหตุให้ไม่ว่าเมื่อไรการแข่งขันในตลาดนี้ก็ยังคงดุเดือดอยู่เสมอ ‘อนุพนธ์’ บอกว่า สาเหตุที่ประเทศไทยมีร้านไอศกรีมจำนวนมาก เพราะตลาดไอศกรีมหรือขนมหวานเป็นตลาด “เข้าง่าย” หรือ Low Entry Barrier เพราะลงทุนน้อยกว่าและยุ่งยากน้อยกว่าร้านอาหารคาว
โดยตอนนี้แบรนด์ในตลาดแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ ‘แบรนด์ระดับตำนาน’ ที่อยู่มานานหลายปี และ ‘แบรนด์ใหม่’ ที่พึ่งเข้ามาในตลาด เพราะแบรนด์ใหม่ที่อยู่เกิน 3 ปีก็จะกลายเป็นแบรนด์เก่าซึ่งมีทั้งคนที่อยู่ได้และอยู่ไม่ได้ต้องออกจากตลาดไป
ในมุมของ ‘แบรนด์ระดับตำนาน’ เองก็จะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่ตลอดเวลา ไม่งั้นก็จะถูกดิสรัปจากแบรนด์ใหม่ๆ ที่เข้ามาในตลาด อย่างเช่น ‘แบรนด์จีน’ ที่อาจจะเคยเล่นในตลาดราคาก็ขยับขึ้นมาเล่นในตลาดพรีเมี่ยมมากขึ้น ขณะที่แลนด์ลอร์ดอย่างศูนย์การค้าเองก็พร้อมจะตอบรับ
แม้การการแข่งขันจะเป็นเรื่องดี เพราะช่วยทำให้ตลาดเติบโตได้มากขึ้น แต่แบรนด์ระดับตำนานจะต้องทำงานหนักขึ้น เร็วขึ้น เพราะสิ่งที่เคยทำงานได้ดีอย่างแคมเปญหรือโปรโมชันใหม่ๆ จะมีอายุสั้นลง ไม่ได้ทำงานได้ตลอด 3 เดือนเหมือนกับเมื่อก่อน เพราะผู้บริโภคหวั่นไหวตามสถานการณ์และกระแสที่มาใหม่อยู่ตลอด
“แต่ Swensen’s Never Die”
เพราะแม้ Swensen’s เดินทางมาถึงปีที่ 38 แล้ว แต่ทุก 3-5 ปีจะมีของใหม่ออกมาเขย่าตลาดอยู่เสมอ ตั้งแต่การมาถึงของเมนูพสุธากัมปนาท เมนูฟองดู เมนูเบเกอรี่ช็อตลาวา เมนูบิงซู การเปิดคราฟท์บาร์ และ Swensen’s The Creation ในครั้งนี้

ถอดบทเรียนจาก Sizzlers นำเสนอประสบการณ์แบบใหม่
Swensen’s The Creation จึงถูกออกแบบสำหรับคน Gen Z ที่พร้อมตอบรับคอนเซปต์ใหม่ๆ มากที่สุด โดยได้โลเคชันกลางเมืองอย่าง ‘ตึกสยามสเคป’ ที่มีลูกค้าคนรุ่นใหม่จำนวนมาก และเลือกยกระดับประสบการณ์ลูกค้าของแบรนด์ที่เดิมชอบนั่งเอนจอยกับบรรยากาศให้มีประสบการณ์แบบใหม่ๆ
ตั้งแต่การออกแบบร้านให้เข้าถึงง่ายขึ้น ลดสีสันลง เพื่อเพิ่มความรู้สึกหรูหราเล็กน้อยลงไป แต่ยังมีโคมไฟซิมโฟนีที่เป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์อยู่เหมือนเดิม
ขณะที่ ‘ไอติมผัด’ แม้จะเป็นของที่เคยมีมาแล้ว แต่แบรนด์เลือกเติมความต่างด้วย ‘บาร์ท็อปปิ้ง’ ที่ถอดบทเรียนมาจากสเปเชียลบาร์ของ Sizzlers ที่ประสบความสำเร็จ โดยเลือกเอาท็อปปิ้งใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีใน Swensen’s มาก่อนมาใส่เข้าไปในตัวเลือกและพร้อมหมุนเวียนเปลี่ยนไปตลอดเวลา
นอกจากนั้น ยังนำเสนอประสบการณ์แบบใหม่ๆ ให้ลูกค้าสามารถกดน้ำด้วยตัวเองและเลือกหยิบอุปกรณ์ในการรับประทานจากบาร์ Self Service ด้วย
‘อนุพนธ์’ มองว่า ศักยภาพของ Swensen’s The Creation สามารถไปได้หลากหลายหัวเมืองใหญ่ เพียงแต่ต้องให้เวลาลูกค้าทำความเข้าใจกับรูปแบบการให้บริการแบบใหม่ โดยมีเป้าหมายสร้างยอดขาย 1 ล้านบาทต่อเดือน ถ้าหากประสบความสำเร็จในช่วง 6 เดือนแรกก็จะมองถึงการขยายสาขาถัดไป
แล้วคุณล่ะคิดว่ากลยุทธ์ร้าน ‘ไอติมผัด’ ของ Swensen’s จะเวิร์คไหม? แวะมาแชร์กัน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




