เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) พาสื่อมวลชน ทั้งสื่อไทย และสื่อต่างประเทศ กว่า 60 คน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และประเด็นศูนย์สแกม อาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ ในพื้นที่ช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ในพื้นที่ที่ทหารไทยเข้าควบคุม และวางรั้วลวดหนาม ตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ซึ่งเป็นแหล่งปฏิบัติการของเครือข่ายสแกมเมอร์ที่ถูกระบุว่า เป็นภัยคุกคามระดับโลก บริเวณพื้นที่โอเสม็ด ใกล้กับช่องจอม ซึ่งภายในพื้นที่มีอาคารกว่า 160 หลัง แบ่งโซนออกเป็น A ถึง G ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายไทยสามารถควบคุมได้

โดยได้เข้าไปสำรวจพื้นที่โซน E ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่ใช้สำหรับการหลอกลวงนานาชาติ โดยภายในในอาคารจะมีการติดแผ่นป้ายระบุเวลาการทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่มงานในเวลา 21.00-03.00 น. เนื่องจากเหยื่อส่วนใหญ่ที่ถูกหลอกลวง จะอยู่ฝั่งทวีปยุโรป และอเมริกา

ในพื้นที่โซน E ส่วนใหญ่จะเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงานสแกมเมอร์ชาวจีนหลากหลายบริษัท แต่ละห้องในอาคารจะมีโต๊ะทำงาน, อุปกรณ์คอมพิวเตอร์, เอกสารที่ใช้ในการหลอกลวง, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, อุปกรณ์สัญญาณอินเทอร์เน็ต โดยในเกือบทุกห้องทำงานของสแกมเมอร์ จะมีการติดตั้งกลองสะบัดชัย สีแดงขนาดใหญ่ ตรงกลางสลักภาพลายมังกรสีแดง ที่อนุมานได้ว่า เมื่อสามารถหลอกหลวงเหยื่อ จนได้ยอดเป็นไปตามเป้าหมาย ก็จะมีการลั่นกรองเอาฤกษ์เอาชัย ซึ่งเกือบทุกห้องทำงานจะมีการติดโลโก้บริษัท พร้อมมอตโต้การทำงาน เชิงประมาณว่า “ประสิทธิภาพของฝ่ามือ จะพิสูจน์คุณค่าการดำรงอยู่ของคุณ” หรือมีการติดสุภาษิตจีน เชิงปลุกใจว่า “ถ้าเรามีจิตใจที่เข้มแข็ง เราสามารถกำหนดโชคชะตาของเราได้”

นอกจากนี้ ยังได้ไปดูห้องคุมขังของสแกมเมอร์ที่ไม่สามารถทำยอดให้เข้าเป้าได้ ต้องถูกนำตัวมาคุมขัง ซึ่งอยู่ชั้นใต้ดินของอาคารแห่งหนึ่ง ในพื้นที่โซน E มีจำนวน 12 ห้องจะเห็นได้ว่า ภายในห้องจะมีอุปกรณ์ทรมาน และมีความคับแคบ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีเพียงขวดน้ำเล็กๆ ที่เอาไว้สำหรับปัสสาวะ พร้อมกับมีการติดกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามพฤติกรรมความเคลื่อนไหวตลอดเวลาอยู่ภายในห้อง ส่วนชั้นบนของอาคารเดียวกัน จะเป็นสถานที่ทำงานของระดับบอสคอลเซนเตอร์

แหล่งปฏิบัติการของเครือข่ายสแกมเมอร์แห่งนี้ เรียกได้ว่า มีการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ซึ่งภายใน พื้นที่จะมีทั้งร้านค้า หรืออ่างอบนวด รวมไปถึงยังมีโรงพยาบาลภายในเป็นของตัวเอง ชื่อว่า โรงพยาบาล Zhong NAN Hospital โดยภายในโรงพยาบาลมีทั้งห้องจ่ายยา, ห้องปรึกษาแพทย์, ห้องเอ็กซเรย์ รวมไปถึงห้องผ่าตัด โดยมีอุปกรณ์ครบครัน โดยส่วนใหญ่คาดว่า โรงพยาบาลแห่งนี้ ใช้รักษาเฉพาะชาวจีนเท่านั้น เนื่องจากภาษาภายในโรงพยาบาลมีแต่ภาษาจีน รวมถึงแพทย์ที่มาประจำการก็เป็นชาวจีน อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลแห่งนี้ถูกใช้เป็นฐานที่ตั้งทางทหาร รวมถึงเป็นสถานที่ใช้ปล่อยโดรนพลีชีพ ในช่วงของการสู้รบที่ผ่านมาด้วย

นอกจากนี้ ในพื้นที่ยังมีโซนเอ็นเทอร์เมนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ที่มีทั้งกาสิโน, คาราโอเกะ, อ่างอบนวด, โรงแรม และสถานที่ขายบริการทางเพศ ซึ่งภายในห้องมีการจำลองเตียงเป็นเวทีมวย, กรงนก และมีอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับกิจกรรมทางเพศอยู่ภายในอาคาร โดยในพื้นที่นี้จะถือเป็นเขตหวงห้าม อนุญาตให้เฉพาะนักธุรกิจ, หรือระดับบอสชาวจีน เข้ามาสังสรรค์เท่านั้น ส่วนสแกมเมอร์ไม่มีสิทธิเข้าพื้นที่









