โฆษกกลาโหม ชี้ปะทะรอบ 3 ขึ้นอยู่กับกัมพูชา ยัน ไทยไม่ยั่วยุ-เสริมกำลัง

เมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่พื้นที่โอมเสม็ด – ช่องจอม ระหว่างชายแดนไทยกัมพูชา จ.สุรินทร์ พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็น การจัดการพื้นที่หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ว่า ขึ้นอยู่กับรัฐบาลทั้ง 2 ประเภทว่าหลังจากนี้ ถ้าเรามีโอกาสพูดคุยในที่ประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC และดูพื้นที่ปักปันเขตแดนในจุดนี้ว่าที่จริงแล้วพื้นที่แห่งนี้อยู่ในพื้นที่ของประเทศใด หลังจากนั้นเราต้องมาพูดคุยในเรื่องของโครงสร้างว่าเราจะดำเนินการอย่างไรในพื้นที่แห่งนี้

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในมุมมองของตน มองว่าพื้นที่แห่งนี้ ยังเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยง เนื่องจากยังมีตึกรามบ้านช่อง จึงมีความเสี่ยงเป็นที่ซ่องสุมและซ่อนเร้นของกองกำลังฝ่ายตรงข้ามได้ ฉะนั้นในที่สุดก็อาจจะต้องรื้อถอน หรือควบคุมอะไรสักอย่าง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งกองกำลังที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนและประชาชนด้วย

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวย้ำว่า พื้นที่แห่งนี้กองกำลังไทยได้เข้าควบคุมด้วยตนเอง เนื่องจากช่วงที่ปฏิบัติการปะทะระหว่างไทยกับกัมพูชา เราตรวจพบว่ากัมพูชามีการใช้โดรนเข้ามาโจมตีฝ่ายไทยรวมถึงซ่องสุมการใช้พลซุ่มยิงเพื่อโจมตีฝายไทย ดังนั้นกองกำลังทหารไทยต้องเข้ามาปราบปรามสิ่งต่างๆเหล่านี้ ทำให้มีความจำเป็นลุกคืบและเขาควบคุมพื้นที่แห่งนี้

เมื่อถามว่าในส่วนเรื่องการปะทะรอบ 3 มองว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า การปะทะครั้งที่ 3 จะเกิดขึ้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับกัมพูชา เนื่องจากไทยเราไม่มีนโยบายให้รุกรานประเทศอื่นใด เรารักษาจุดยืนตามข้อตกลง JBC หรือ แนวปฏิบัติการทางทหาร และเราจะไม่เพิ่มกำลังหรือเสริมกำลัง เพื่อเข้าไปในพื้นที่มากกว่านั้นอีกแล้ว ยืนยันว่าเราไม่มีการเพิ่มเติมอะไรหลังจากนี้ ส่วนจะเกิดการปะทะรอบ 3 หรือไม่ ย้ำว่าขึ้นอยู่กับกัมพูชาว่าจะทำการยั่วยุฝั่งไทยมากน้อยแค่ไหน

ปะทะรอบ 3

Advertisement