หิ้ว 3 ผู้ต้องหายิง ส.ส.กมลศักดิ์ ฝากขังศาล โฆษกทร.เผย ย้าย น.อ. กลับส่วนกลางป้องกันยุ่งคดี

หิ้ว 3 ผู้ต้องหาทีมยิง สส.กมลศักดิ์ ฝากขังศาลนราฯ โฆษกทร.เผย ย้าย น.อ. กลับส่วนกลางป้องกันยุ่งคดี

เมื่อวันที่ 7 เมษายน จากเหตุการณ์คนร้ายใช้รถกระบะ 4 ประตูโตโยต้า สีขาว เป็นพาหนะใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงถล่มรถยนต์ของ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ บริเวณหน้าบ้านพัก ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา

ต่อมาพบว่ารถกระบะคันนี้เป็นของ กอ.รมน.นราธิวาส พร้อมจับกุมคนร้ายร่วมก่อเหตุได้ 3 คน จาก 5 คน คือ 1.นายสมพร ลังเดช 2.นายอลาว อาแว และ 3.นายสุนทร พรหมภักดี ส่วน นายธนภัทร วัฒนภิญโญ อดีตทหารพราน และ ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี อดีตทหารเรืออยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว

ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. พนักงานสอบสวนนำตัวบุคคลทั้ง 3 คนขออำนาจศาลจังหวัดนราธิวาส ฝากขังเนื่องจากได้ควบคุมตัวเกิน 48 ชม. ซึ่งสามารถฝากขังได้ครั้งละ 12 วัน แต่ไม่เกิน 7 ครั้งซึ่งมีอัตราโทษเกิน 10 ปี ระบุ กระบวนการสอบสวนทางคดียังไม่แล้วเสร็จ เมื่อกระบวนการฝากขังแล้วเสร็จเจ้าหน้าที่จะนำตัวบุคคลทั้ง 3 ส่งควบคุมตัวที่เรือนจำนราธิวาสต่อไป

นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผวจ.นราธิวาส ในฐานะ ผอ.กอ.รมน.นราธิวาส เปิดเผยว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่ตั้งขึ้นเพื่อสอบสวนกรณีการนำรถยนต์ของ กอ.รมน.นราธิวาส ไปก่อเหตุยิง ส.ส.กมลศักดิ์ เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมาแล้ว ได้สอบสวน น.อ.มนตรี โตประเสริฐ ร.น.หัวหน้ากลุ่มงานบริหารบุคคลและส่งกำลังบำรุง กอ.รมน..จ.นราธิวาส ส่วนหน้า ยอมรับว่าได้ให้ ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี ผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่า ส.ส.กมลศักดิ์ ซึ่งมีการยืมรถทั้งหมด 3 ครั้ง เพราะสนิทกันตั้งแต่โรงเรียนนายเรือ จนครั้งล่าสุดคาดเป็นการยืมเพื่อนำไปใช้ก่อเหตุยิง และจากนั้นจึงได้ไปแจ้งความรถหายเมื่อวันที่ 23 มี.ค.2569

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณี น.อ.มนตรี ได้ให้การหรือไม่ว่าหลังเป็นข่าวแล้วไม่ทราบเหรอว่า รถถูกนำไปใช้ก่อเหตุยิงทั้งที่มีข่าว ผู้ว่าฯนราธิวาส กล่าวว่า เรื่องนี้ผลสอบไม่ได้รายงาน แต่เชื่อว่าตำรวจมีการสอบสวนไปแล้ว โดยผลสอบสวนข้อเท็จจริงได้ส่งไปยังแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้บังคับบัญชาแล้ว ทราบว่าน่าจะมีการตั้งกรรมการสอบวินัยตามขั้นตอนของทหารพระธรรมนูญ

Advertisement

ด้านพ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ตั้งกรรมการสอบวินัยผู้เกี่ยวข้องแล้วโดยในทางกฏหมาย แบ่งเป็น 2 กรณี คือ 1.ความผิดทางละเมิด กรณีนำรถราชการไปใช้ในทางที่เสียหาย ทางฝ่ายกฎหมายจะสอบสวนเพิ่มเติมที่ผลสอบข้อเท็จจริงที่ กอ.รมน.นราธิวาส ส่งมาเพื่อดำเนินคดีในทางแพ่ง ซึ่งกรณีรถที่ใช้ในการก่อเหตุเป็นรถที่ส่งมาจาก กอ.รมน.ส่วนกลาง ไม่ใช่ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า

2.ความผิดทางวินัย แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยผู้เกี่ยวข้องใน กอ.รมน.นราธิวาส โดยให้รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธาน ซึ่งจะสอบสวนรวมไปถึงผู้ว่าฯนราธิวาส ในฐานะ ผอ.รมน.นราธิวาส และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่เฉพาะ น.อ.มนตรี โดยจะนำผลสอบของกอ.รมน.นราธิวาส มาตรวจสอบด้วย ส่วนผลจะออกมาอย่างไรต้องรอให้คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยได้ข้อสรุป หากมีความผิดจะมีการพิจารณาโทษอย่างไร ซึ่งกรณีนี้แม่ทัพภาคที่ 4 ยืนยันว่าไม่ปกป้องคนผิดที่ทำให้ราชการเสียหาย

ขณะที่ พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า หน่วยงานต้นสังกัด คือ สำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองทัพเรือ โดย พลเรือโททรงศักดิ์ จุมปามัญ ผอ.สง.ปรมน.ทร.ได้มีคำสั่งให้ น.อ.มนตรี กลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่ส่วนกลางที่กรุงเทพฯ กรณีมีการพาดพิงให้ยืมรถไปก่อเหตุอาชญกรรมจึงให้ออกจากพื้นที่มาก่อน เพื่อไม่ให้ยุ่งเหยิงกับคดีจึงมีคำสั่งเรียกตัวกลับส่วนกลางในวันนี้

“กองทัพเรือไม่ได้เพิกเฉย และต้องการให้พนักงานสอบสวนปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงกรณีมีอดีตทหารเรือเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยแม้จะออกจากราชการไปแล้ว แต่พร้อมจะให้ข้อมูล เช่น ประวัติที่เป็นประโยชน์ในการสืบสอบสวน โดยพบว่า ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี ลาออกจากราชการไปประกอบอาชีพอื่นหลายปีแล้ว ส่วนนายสมพร ลังเดช เข้าโครงการเกษียณอายุก่อนราชการ”

ขณะที่ผู้สื่อข่าว โทรศัพท์สอบถาม น.อ.มนตรี โตประเสริฐ หลังถูกคำสั่งย้ายกลับไปปฏิบัติหน้าที่ส่วนกลางที่กรุงเทพฯ โดยน.อ.มนตรี ได้รับสายพร้อมแจ้งว่า กำลังขึ้นเครื่องจากสนามบินนราธิวาส ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ส่วนกลาง หลังผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งให้ย้ายด่วน