
เช็กอัพตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 หลายเสียงสะท้อน “ภูเก็ต” ยังแรงดีไม่มีตก ทั้งเศรษฐกิจ กำลังซื้อ โดยเฉพาะ “ชาวต่างชาติ” ที่ทะลักเข้าไม่ขาดสายกลายเป็นกำลังซื้อหลัก
“โสภณ พรโชคชัย” ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด (AREA) เปิดผลสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยปี 2569 อสังหาฯภูเก็ตเติบโตอย่างมาก ซึ่งภูเก็ตเป็นเมืองที่มีขนาดตลาดอสังหาฯใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯและปริมณฑล ปัจจุบันมีอสังหาฯรอขาย 194,545 ล้านบาท มีราคาเฉลี่ยสูงกว่าพื้นที่อื่น 12.921 ล้านบาท แต่หน่วยรอขายยังเป็นรองกรุงเทพฯและปริมณฑล ชลบุรี ระยอง เชียงใหม่
เปิดขายทั่วเกาะ 777 โครงการ
ณ สิ้นปี 2568 ทั่วเกาะภูเก็ตมี 777 โครงการ ในพื้นที่ อ.ถลาง อ.เมือง และ อ.กระทู้ รวม 88,997 หน่วย ขายได้แล้ว 62,132 หน่วย เหลือขาย 9,463 หน่วย มีอัตราการขายได้ 4.4% ต่อเดือน สูงกว่ากรุงเทพฯ หากไม่มีเปิดใหม่จะใช้เวลาขายอีก 22.8 เดือน หรือเกือบ 2 ปี ขณะที่กรุงเทพฯใช้เวลาขายอีก 4 ปี
สินค้าในภูเก็ตขายได้เร็วสุด “ห้องชุดพักอาศัย” ขายได้ 6.1% ต่อเดือน รองลงมาวิลล่า ขายได้ 4.5% ต่อเดือน ถือว่าอสังหาฯภูเก็ตขายดีกว่ากรุงเทพฯ ส่วนสินค้ามีมากสุด ห้องชุดตากอากาศ 38,613 หน่วย มูลค่า 321,036 ล้านบาท วิลล่ามี 6,563 หน่วย ขายแล้ว 3,949 หน่วย ยังเหลือ 2,614 หน่วย มูลค่า 207,568 ล้านบาท หากคิดจำนวนหน่วยวิลล่ามีเพียง 7% แต่แง่มูลค่ามีสัดส่วนสูงถึง 31%
สะท้อน “ภูเก็ต” เป็นแหล่งรวมสินค้าเน้นขายหรือให้เช่าแก่ “ชาวต่างชาติ” อีกด้านหนึ่งสินค้าที่อยู่อาศัยสำหรับ “คนท้องถิ่น” หรือ “คนไทยต่างถิ่น” ที่ย้ายมาทำงานในภูเก็ตมีน้อยมาก เช่น บ้านเดี่ยวมี 7% บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์มี 12% ด้านห้องชุดพักอาศัย แม้มี 21% แต่มูลค่ามีเพียง 7%

มูลค่าพัฒนาทะลัก 6.7 แสนล้าน
โดยมูลค่าการพัฒนาทั้งหมด 671,860 ล้านบาท มีราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท 151,720 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสินค้าตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไปถึง 241,572 ล้านบาท ชี้ให้เห็นสินค้าอสังหาฯในภูเก็ตมีลักษณะพิเศษ ที่เน้นชาวต่างชาติหรือผู้มีรายได้สูงในประเทศไทย ไม่ใช่เป็นเมืองสำหรับคนไทยโดยตรง
ขณะที่ห้องชุดพักอาศัยมีมูลค่า 48,992 ล้านบาท ส่วนห้องชุดตากอากาศมีมูลค่า 321,036 ล้านบาท มากกว่ากันถึงเกือบ 7 เท่า โดยห้องชุดพักอาศัยมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 10-15 ล้านบาท แต่กลุ่มใหญ่สุดราคา 2-3 ล้านบาท ห้องชุดตากอากาศมีราคาเกิน 100 ล้านบาท มีถึง 90 หน่วย มูลค่า 13,004 ล้านบาท ขายแล้ว 54 หน่วย เหลือขาย 36 หน่วย
สำหรับพื้นที่ “อ.ถลาง” ซึ่งมีการพัฒนาอสังหาฯสูงสุด มีห้องชุดตากอากาศ 222,892 ล้านบาท มากสุด 7-10 ล้านบาท มูลค่า 43,751 ล้านบาท ขายได้แล้ว 79% ส่วน 100 ล้านบาทขึ้นไปมี 68 หน่วย มูลค่า 12,784 ล้านบาท
ตลาดยังอยู่ในภาวะ “เก็งกำไร”
“โสภณ” คาดว่าตลาดอสังหาฯภูเก็ตในปี 2569-2570 ยังอยู่ในภาวะ “เก็งกำไร” โดยเฉพาะชาวต่างชาติ แต่มีผู้เข้ามาอยู่อาศัยจริงมากขึ้น เพราะเศรษฐกิจภูเก็ตยังเติบโต ต่างจากทั่วประเทศที่โตช้า คาดว่า “ชาวต่างชาติ” ฐานะดียังย้ายมาอยู่ในภูเก็ต โดยเฉพาะ “ยุโรป-จีน” จะเห็นว่าวิลล่าและคอนโดฯยังโต เพราะมีการเข้าซื้อโดยชาวต่างชาติที่จะเพิ่มมากขึ้น ทำเลที่น่าจะได้เปรียบ เช่น หาดบางเทา ฝั่งตะวันออกของภูเก็ตที่ราคาที่ดินยังถูกกว่าฝั่งตะวันตก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




