
คอลัมน์ : ออโต เวิลด์ไวด์
โตโยต้า มอเตอร์ เดิมพันว่ามีชาวอเมริกันพร้อมใช้รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) จำนวนมากขึ้น ในขณะที่คู่แข่งหลายรายชะลอการผลิต
ปัจจุบันโตโยต้านำเสนอรถอีวีนำเข้าเพื่อขายในตลาดสหรัฐ 4 รุ่น และมีแผนจะเพิ่มรุ่นที่ 5 ในเดือนเมษายนนี้ โดยจะเริ่มผลิตรถอีวีในโรงงานที่รัฐเคนตักกี้ ในช่วงปลายปีนี้ 1 รุ่น
จากนั้นจะผลิตเพิ่มอีก 1 รุ่นในปี 2570 ซึ่งจะทำให้โตโยต้ามีจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐรวม 7 รุ่น
จากการรายงานของ “บลูมเบิร์ก” เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่าความต้องการ หรือดีมานด์ของรถอีวีลดลงอย่างหนัก หลังจากที่รัฐบาลภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ยกเลิกมาตรการลดหย่อนภาษีและเงินอุดหนุนอื่นๆ เกี่ยวกับอีวี
ขณะที่ค่ายโตโยต้ากลับมองสวนทาง โดยคาดว่ายอดขายอีวีจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น เนื่องจากมีผู้ซื้อสนใจรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด จำนวนมากขึ้น
ท่ามกลางสถานการณ์และบริบทจากสงครามอิหร่านได้ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมัน ผลักดันให้ผู้คนเริ่มหันกลับมาพิจารณารถอีวีมากขึ้น
โดยกลยุทธ์นี้ยังสะท้อนถึงความพยายามในการเปลี่ยนความได้เปรียบในตลาดรถยนต์ไฮบริด ให้กลายเป็นฐานที่มั่นคงในตลาดรถอีวี ในช่วงที่บริษัทกำลังปรับทิศทาง
นายมาร์ค เทมปลิน รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของโตโยต้าในอเมริกาเหนือ เปิดเผยว่า ขณะนี้โตโยต้ากำลังเข้าสู่ตลาดด้วยตัวเลือกรถยนต์ที่หลากหลายสำหรับลูกค้า ในช่วงเวลาที่ผู้คนกำลังมองหาตัวเลือกใหม่ๆ โดยหากบริษัทได้ส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์โดยรวม 15% บริษัทก็ควรได้ส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 15% ด้วยเช่นกัน
สำหรับการเดินหน้ามุ่งสู่ตลาดรถยนต์อีวีของโตโยต้าครั้งนี้ เพื่อไปสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร เกิดขึ้นในขณะที่โตโยต้ากำลังดิ้นรนเพื่อตอบสนองดีมานด์ที่แข็งแกร่งของรถยนต์ไฮบริด และในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์คู่แข่งหลายรายลดขนาดหรือยกเลิกแผนการผลิตรถอีวีของตนไป อาทิ ฮอนด้า มอเตอร์ ที่เพิ่งยกเลิกแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าล้วน 3 รุ่นในสหรัฐ
แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าดีมานด์ของผู้ซื้อจะแข็งแกร่งพอรองรับกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรหรือไม่ หลังจากที่ข้อมูลของ Cox Automotive ระบุว่า ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ยอดขายรถยนต์ใหม่ในสหรัฐพุ่งสูงสุดที่ 10.5% แต่รถยนต์ไฟฟ้ากลับมีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 5.8% ณ สิ้นปี 2568
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




