สถานีคิดเลขที่ 12 : ครม.ไม่มีฮันนีมูน

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้ง 35 คน เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา

พร้อมกับนัดประชุม ครม.นัดพิเศษ ในช่วงค่ำต่อทันที ให้ความเห็นชอบ คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ต่อที่ประชุมรัฐสภาระหว่างวันที่ 9-10 เมษายนนี้ โดยนโยบายหลักประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่

1.ด้านเศรษฐกิจ 2.ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง 3.ด้านสังคม 4.ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม และ 5.ด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย

เมื่อเสร็จสิ้นการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ครม.อนุทิน 2จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินได้ตามอำนาจเต็มตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 162 บัญญัติไว้

การทำงานแก้ปัญหาให้กับประเทศและประชาชนนับจากนี้จะเป็นไปตามแนวทางที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯระบุไว้ในวันประชุม ครม.นัดพิเศษไว้ว่า ครม.ชุดนี้มีความพร้อมที่จะปฏิบัติราชการแผ่นดิน

Advertisement

ครม.ชุดนี้ถือเป็นรัฐมนตรีที่ต้องทำงานอย่างหนักตั้งแต่วันแรกไม่มีเวลาฮันนีมูน หรือผ่านการทดลองงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราเข้ามารับภาระหน้าที่ในช่วงที่โลกมีวิกฤตจากความขัดแย้งของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เชื่อว่า ด้วยความร่วมมือของรัฐบาลของ ครม.ทุกคนในรัฐบาลชุดนี้เราต้องแก้ไขปัญหา และลดความเดือดร้อน และทำให้ประเทศของเราได้พัฒนาต่อไป และก้าวหน้าต่อไปโดยการทำงานของพวกเราทุกคนให้ยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นเป้าหมายร่วมกัน

ครม.ชุดนี้ส่วนใหญ่รู้จักกันดีอยู่แล้ว และหลายคนมีความอาวุโสเป็นที่เคารพของเราทุกคน และหลายคนก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังวังชา สติปัญญาที่พร้อมจะทำงานรับใช้บ้านเมือง ขอให้ใช้จุดแข็งต่างๆ ที่เรามีอยู่ในการที่จะทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลเป็นไปด้วยประสิทธิภาพสูงสุด ขอให้ถือว่า ครม.นี้คือรัฐมนตรีที่เป็นชุดเดียวกัน ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาล เป็น ครม.ของประชาชนคนไทย

ขอให้ทุกคนได้ทำงานด้วยความรัก ความสามัคคี และความเข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งจากสถานการณ์ของประเทศไทยตอนนี้ความเป็นหนึ่งเดียวของ ครม.ในรัฐบาลชุดนี้ จะทำให้ประเทศเราฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปได้

นั่นเป็นแนวทางการบริหารงานที่นายกฯเน้นย้ำให้กับ ครม.ทั้ง 35 คน ยึดถือปฏิบัติในการเดินหน้าแก้ปัญหาประเทศ โดยเฉพาะปัญหาเร่งด่วน อย่างปัญหาพลังงาน อันมาจากปัจจัยสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา ผนึกกำลังกับอิสราเอล เปิดฉากถล่มอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งยังไม่มีสัญญาณชี้ชัดว่าการสู้รบจะจบลงเมื่อใด

ทุกฉากทัศน์ต่อการประเมินสถานการณ์พลังงานของประเทศ จำเป็นที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯอนุทิน ต้องชี้แจงทุกข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับรู้อย่างครบถ้วน ทั้งเพื่อการปรับตัวหากเผชิญกับสภาวะน้ำมันขาดแคลน ตลอดจนเตรียมพร้อมรับผลกระทบจากราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ที่อาจขยายวงเป็นปัญหาเศรษฐกิจของประเทศต่อได้

ครม.ที่ไร้ฮันนีมูนของรัฐบาลอนุทิน 2 จะตอบโจทย์การแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้แค่ไหน “ผลงาน” ที่ออกมาจะเป็น “เคพีไอ” สำคัญชี้วัดอนาคตของ ครม.อนุทิน นับจากนี้