
ไทมส์ออฟอิสราเอลรายงานว่า ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสื่อเมื่อวันอังคาร(7 เม.ย.)ว่าเขาเชื่อว่าจีนมีส่วนโน้มน้าวอิหร่านให้กลับมาเจรจา หลังจากที่ทรัมป์ประกาศตกลงหยุดยิงกับอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์เพื่อแลกกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
โดยทรัมป์กล่าวว่า “ผมได้ยินมาว่าใช่ พวกเขาทำอย่างนั้น” เมื่อถูกถามว่าปักกิ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในการโน้มน้าวให้อิหร่าน พันธมิตรสำคัญของจีนกลับมาเจรจา ก่อนถึงเส้นตายที่เขากำหนดไว้จะลงมือโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานและคมนาคมของอิหร่านหรือไม่
ด้านนิวยอร์กไทมส์อ้างเจ้าหน้าที่อิหร่าน 3 ราย กล่าวว่า อิหร่านได้ยอมรับข้อตกลงหยุดยิงที่มีปากีสถานเป็นตัวกลาง ภายหลังจากจีนได้ยื่นมือเข้ามาแทรกแซงในไม่กี่นาทีสุดท้ายก่อนกำหนดเส้นตายของทรัมป์จะมีผล ซึ่งจีนได้ร้องขอให้อิหร่านแสดงความยืดหยุ่นและลดความตึงเครียดลง ท่ามกลางความงกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลาง
เจ้าหน้าที่อิหร่านอ้างด้วยว่า การตกลงสงบศึกชั่วคราวนี้ได้รับการอนุมัติจาก โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านที่ยังไม่เคยปรากฎตัวต่อสาธารณะนับตั้งแต่ก้าวขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ โดยมีกระแสข่าวว่าเขากำลังรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บที่ได้รับจากการโจมตีของสหรัฐร่วมกับอิสราเอล
ด้านสำนักข่าวเอพีอ้างเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาเปิดเผยว่า เมื่อใกล้ถึงกำหนดเส้นตาย ทั้งจีนและนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ต่างมีบทบาทสำคัญในการบรรลุข้อตกลงนี้
ทั้งนี้ จีน เป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับอิหร่าน และเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่จากอิหร่านที่ลำเลียงผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะเดียวกันจีนก็ยังมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกับประเทศต่างๆ ในอ่าวเปอร์เซียด้วย
ล่าสุด มีท่าทีจากกระทรวงต่างประเทศจีน ที่ได้ออกมาแถลงแสดงความยินดีกับข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐกับอิหร่านแล้ว พร้อมระบุว่าจีนได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในตะวันออกกลาง




