
สงกรานต์ใกล้เข้ามา ขณะที่การสู้รบแถว ๆ ตะวันออกกลางยังฟาดฟันกันแบบไม่มีใครยอมถอย
ราคาน้ำมันเลยขึ้น ๆ ลง ๆ หนักไปทางขึ้น ส่งผลต่อประเทศต่าง ๆ
โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งเริ่มเจอปัญหาน้ำมันมาตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ. และผ่านเดือน มี.ค.ทั้งเดือนมาด้วยอาการผวา ว่าจะมีน้ำมันใช้กันหรือไม่
ผลก็คือ น้ำมันยังมี แต่ราคาอาจจะเกินความคาดหมายไปสักหน่อย
จะไปไหนมาไหนต้องวางแผนให้ดี โดยเฉพาะหากคิดไปเที่ยวสงกรานต์
ลองมาฟังผู้รู้วิเคราะห์ว่า สงกรานต์ปี 2569 จะมีภาพรวมเป็นอย่างไร
นายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) บอกว่า บรรยากาศหยุดยาวสงกรานต์ ตั้งแต่ 11-15 เมษายน 2569 ถือเป็นปีแรกที่ประเมินแนวโน้มยากมาก
ราคาน้ำมันที่แพงขึ้นทำให้มีคนบางกลุ่มตัดสินใจไม่เดินทางกลับภูมิลำเนา เม็ดเงินที่จะกระจายไปต่างจังหวัดก็จะลดลง และแม้คนจะอยู่กรุงเทพฯ กันเป็นหลัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเลือกเดินทางเที่ยวในช่วงสงกรานต์ เพราะข้าวของราคาแพงขึ้น อาจตัดสินใจอยู่พักผ่อนที่บ้าน เพื่อประหยัดเงินในกระเป๋าแทน
ที่น่าสนใจคือ แผนการจัดงานสงกรานต์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่เตรียมจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2026 อย่างยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2569 ณ บริเวณสวนเบญจกิติ กรุงเทพฯ นำเสนออัตลักษณ์ประเพณีสงกรานต์ไทยผ่านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
น่าจะช่วยกระตุ้นให้คนอยากออกไปเที่ยวสงกรานต์กันมากขึ้น เพราะเป็นงานใหญ่ 1 ปีมีเพียง 1 ครั้ง และจัดขึ้นในกรุงเทพฯ
สถานการณ์ในตอนนี้หากไม่จำเป็นคนส่วนใหญ่คงเลือกไม่เดินทางไกลมากนัก
ทำให้เศรษฐกิจในต่างจังหวัดดูน่าเป็นกังวลมากขึ้น เพราะหากคนไม่กลับบ้านจะไม่เกิดการใช้จ่ายอย่างที่ควร
ประเมินความพร้อมงานสงกรานต์ในจังหวัดต่าง ๆ เห็นต่างจังหวัดพยายามจัดงานตามปกติ โดยเฉพาะจังหวัดหลัก ๆ ที่คนนิยมไปเที่ยวช่วงสงกรานต์ ทั้งเชียงใหม่ ขอนแก่น ชลบุรี ที่ประกาศจัดงานยิ่งใหญ่ไม่แพ้ปีก่อนหน้า
ในภาวะที่น้ำมันแพงคนขับรถยนต์เที่ยวระยะไกลลดลงแน่นอน รวมถึงคนจะเดินทางด้วยเครื่องบินเพื่อไปเที่ยวสงกรานต์โดยเฉพาะก็คงไม่มี เพราะตั๋วบินในประเทศช่วงหน้าเทศกาลปกติมีราคาแพงอยู่แล้ว มาเจอต้นทุนน้ำมันแพงอีกน่าจะกระทบกับราคามากกว่า
ส่วนรถยนต์เดินทางในระยะใกล้ ๆ น่าจะยังมีเยอะอยู่ แต่ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า หรือเติมน้ำมันเบนซินเป็นหลัก ส่วนรถยนต์ที่ใช้ดีเซลคงเลี่ยงผลกระทบผ่านการไม่ออกเดินทางดีกว่า ซึ่งการใช้รถไฟฟ้าก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องจุดชาร์จไฟฟ้าอยู่ เพราะแต่ละปั๊มอาจมีไม่เพียงพอ จึงต้องวางแผนการเดินทางให้ดี พลังงานทางเลือกอย่างรถไฟฟ้าถือว่าได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ก็มีความน่ากังวลเช่นกัน
เมื่อมีรัฐบาลเต็มอำนาจแล้ว อยากให้พิจารณาแคมเปญออกมาช่วยสนับสนุนการใช้จ่าย และการท่องเที่ยวอย่างเร็วที่สุด โดยเฉพาะคนละครึ่งพลัส รวมถึงเที่ยวไทยคนละครึ่ง และเที่ยวผ่านทัวร์ เพื่อให้ประโยชน์กระจายไปยังผู้ประกอบการ ทั้งพนักงานขับรถ ไกด์นำเที่ยว ชุมชนต่าง ๆ ได้เม็ดเงินหมุนเวียนใช้จ่ายมากขึ้น
เพราะหากเที่ยวผ่านทัวร์จะมีการกำหนดแพ็กเกจทัวร์ลงไปยังชุมชนเพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่อยู่แล้ว จึงอยากให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการ รวมถึงออกมาสร้างความเชื่อมั่นว่าน้ำมันมีเพียงพอใช้เดินทางแน่นอน และต้องไม่ปล่อยให้ราคาขึ้นมากไปกว่านี้ เนื่องจากราคาสินค้าปรับราคาขึ้นตามการผลิตแบบหลายชนิดมาก ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากจริงๆ
“ต้นทุนพลังงานแพงขึ้นจริง และสินค้าอื่น ๆ ก็เริ่มปรับขึ้นตามมาแล้ว
แม้กระนั้นการท่องเที่ยวต้องเดินหน้าต่อไป เหมือนช่วงโควิด-19 ระบาด ไม่สามารถไปเที่ยวต่างประเทศได้ เราพยายามสนับสนุนให้มาเที่ยวกันเองในประเทศไทยเป็นหลัก เพื่อช่วยหมุนเวียนเศรษฐกิจในประเทศ หากปล่อยให้การท่องเที่ยวหยุดนิ่ง ทุกอย่างจะชะงักงันไปหมด แน่นอนว่าหากเกิดภาวะเช่นนั้นขึ้นต้องเตรียมตัวเจอวิกฤตอย่างแท้จริงที่ได้เกิดขึ้นแล้ว
การเมืองไทยจะมีไฮไลต์วันที่ 9-10 เม.ย. รัฐบาลจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภา แล้วจะเริ่มลุยงาน
รัฐบาลคงไม่ยอมปล่อยให้เทศกาลสงกรานต์หงอยเหงาไปง่าย ๆ
คนไทยเองก็ผูกพันกับเทศกาลสาดน้ำ ดังนั้นตามแหล่งเที่ยวสำคัญ ๆ โดยเฉพาะใน กทม. น่าจะยังชุ่มฉ่ำ
ส่วนในต่างจังหวัดปีนี้ต้องลุ้นกันมากเป็นพิเศษ
เสร็จจากสงกรานต์ค่อยกลับมาเครียดกับ “วิกฤตน้ำมัน” กันใหม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





