เจเศรษฐ์ บอกนายกฯ ยอมรับปัญหาน้ำท่วม-เยียวยาใต้ มีปัญหา พร้อมเร่งเคลียร์เงินเยียวยา หลังมีครัวเรือนค้างสำรวจอีก 3.1 หมื่นหลัง ก่อนมติสภาฯ ส่งเรื่องให้ กมธ.ปภ.ติดตามแก้ปัญหาต่อ
เมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม พิจารณาญัตติเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยอย่างเป็นระบบ
ภายหลังเปิดให้สส.อภิปรายแล้วเสร็จ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสรุปญัตติตอนหนึ่งระบุว่า ตัวเลขการเยียวยาของพื้นที่อุทกภัยยอมรับว่ามีปัญหา ทั้งนี้ มีส่วนที่ไม่ตรงคือเงินเยียวยาดำรงชีพ เช่นในครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ 1.6 หมื่นครัวเรือน วงเงิน 187 ล้านบาท ที่อภิปรายว่าบางบ้านได้ 150-450 บาท ตนสอบถามไปทางเทศบาลหาดใหญ่ พบผู้ที่ได้เงินต่ำกว่า 1,000 บาท จากเอกสารเบื้องต้น มี 15 ครัวเรือน แต่หลังจากเงินก้อนนี้ออกไปและพบปัญหาทางจังหวัดระบุว่าจะไม่มีปัญหา ที่ครัวเรือนจะรับเงิน หลักร้อยบาทอีก
นายเจเศรษฐ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนที่มีผู้อภิปรายว่าการเยียวยาล่าช้านั้น จากการตรวจสอบพบว่ายังเหลืออีก 3.1 หมื่นครัวเรือนที่อยู่ระหว่างสำรวจและประเมินความเสียหาย ก่อนที่จะนำเข้าที่ประชุมเพื่ออนุมัติและส่งเรื่องไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และทำเรื่องขอเงินไปยังกระทรวงการคลัง โดยรัฐบาลใหม่ต้องเร่งรัดและช่วยท้องถิ่นดูปัญหา ส่วนมาตรการเพิ่มวงเงินช่วยเหลือ มีระเบียบออกมาแล้ว ได้เงินเพิ่มที่จำนวน 8.8 หมื่นบาท
“ผมทราบดีถึงปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากภัยพิบัติ รัฐบาลก็ทราบดี เราถอดบทเรียนเป็นพันๆหน้า ผมให้คำมั่นสัญญากับประชาชนและสส.ว่า ที่อภิปรายจะนำมาถอดบทเรียนและพิจารณาเป็นขั้นเป็นตอน และผมจะนำไปประกอบข้อมูลราชการ หาข้อตกลงหรือหาแนวทางจัดการออกมาให้ดีที่สุด พวกเรายอมรับ และนายกฯ ก็ยอมรับวันที่เกิดเหตุนั้นมีข้อผิดพลาด แต่ทั้งหมดจะไม่เกิดซ้ำอีก หากมีเหตุการณ์แบบนี้ ส่วนข้อมูลหรือเรื่องใดที่อยากส่งต่อไปยังหน่วยงาน ผมรับอาสาติดตามไม่เฉพาะกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น แต่รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจและเฝ้าระวัง ดังนั้น ขอความร่วมมือให้วิกฤตที่เจอในอนาคตดีขึ้น” นายเจเศรษฐ อภิปราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตอนท้ายที่ประชุมเห็นด้วยกับการเสนอประเด็นที่อภิปรายไปยังรัฐบาลให้พิจารณานอกจากนั้นแล้วจะให้กลไกของกมธ.การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติ (ปภ.) สภาฯ ที่จะตั้งขึ้นหลังจากนี้เป็นผู้ศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหา โดยมีกรอบเวลาให้ทำงาน 90 วันนับจากวันถัดจากที่สภาฯ มีมติตั้งกมธ.ปภ.






