อนุทิน 2 หาเงินแก้วิกฤตน้ำมัน นโยบายพลิกเศรษฐกิจ ฟื้นชีพคนป่วยเอเชีย

2-1อนุทิน 2

รัฐบาลอนุทิน 2 เข้ามาบริหารประเทศในชั่วโมงวิกฤตจากการสู้รบในตะวันออกกลาง

ต้องเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจากวิกฤตพลังงาน ที่ลามไปถึงวิกฤตค่าครองชีพ อาจจะส่งผลสะเทือนต่อระบบเศรษฐกิจมากกว่าช่วงโควิด-19

และยังมีปัญหาโครงสร้างเดิมที่ยังเป็นปัญหา ทั้งเศรษฐกิจที่โตต่ำ จนถูกวิจารณ์ว่าเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย” ยังมีปัญหาด้านสังคม ความมั่นคงทรัพยากรมนุษย์ที่กระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การเผชิญหน้าสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์

ไม่มีฮันนีมูน-ทดลองงาน

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ย้ำในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษว่า “ไม่มีเวลาฮันนีมูน ไม่มีเวลาทดลองงาน”

พร้อมกับส่งสัญญาณไปยังประชาชนว่า รัฐบาลจะปรับลดงบประมาณในส่วนของภาครัฐเพื่อนำงบประมาณมาใช้ช่วยเหลือในการลดผลกระทบให้กับประชาชนเป็นลำดับแรก รัฐบาลจะปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งน้ำมันและค่าไฟฟ้าเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด รวมถึงจัดให้มีมาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

Advertisement

เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส โครงการไทยช่วยไทย การจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกกลุ่ม และผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งจะได้สื่อสารรายละเอียดต่อไป และจะดำเนินการให้เร็วที่สุด ภายหลังจากที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว

“เรากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตที่ส่งผลกระทบระดับโลก เรายอมรับความจริงและจะปรับเปลี่ยน เพื่อให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ ความสามัคคี ความร่วมมือของคนในชาติเป็นต้นทุนทางสังคมที่สำคัญที่สุดในยามนี้”

Advertisememt

ทำ พ.ร.บ.โอนงบฯ-หั่นงบฯ แก้วิกฤต

วันที่ 9-10 เมษายนนี้เป็นวันที่รัฐบาลอนุทิน 2 นัด สส.และ สว.แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 ก่อนเข้าบริหารประเทศอย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับคำแถลงนโยบายของรัฐบาลอนุทิน ตอนหนึ่งระบุการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าวิกฤตพลังงานว่า เมื่อรัฐบาลเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินโดยสมบูรณ์แล้ว รัฐบาลจเร่งดำเนินการตามนโยบายที่ได้ให้ไว้กับประชาชน โดยบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้กรอบวินัยทางการเงินการคลัง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะต่อไป เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบประมาณและจัดทำพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

เพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบจากภัยต่าง ๆ ให้กับพี่น้องคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยรัฐบาลจะเร่งดำเนินมาตรการเยียวยาประชาชนกลุ่มเปราะบางเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดำรงชีพและการประกอบอาชีพ การหารือร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการไทยเพื่อวางแผนการนำเข้า-ส่งออก เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบการธุรกิจหรืออุตสาหกรรมในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน

ขณะเดียวกันรัฐบาลจะเร่งจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ให้มีผลบังคับใช้ได้ทันปฏิทินงบประมาณปกติ และจะดำเนินการปรับลดรายจ่ายของหน่วยงานของรัฐที่ไม่จำเป็นและไม่ตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศ

ศูนย์กลางความมั่นคงอาหารของโลก

ควบคู่กับการพลิกวิกฤตของโลกให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการจูงใจให้บริษัทต่างชาติตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในประเทศ และการเจรจากับประเทศคู่ค้าเพื่อเพิ่มตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป ซึ่งจะช่วยตอกย้ำบทบาทของประเทศในการเป็น “ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก”

ลดค่าพลังงาน-น้ำดื่ม-เติมเงิน SMEs

ขณะที่นโยบายของรัฐบาลอนุทิน 2 ภายใต้ธีม 10 Plus นั้น ในด้านเศรษฐกิจสร้างโอกาสการเริ่มต้นและเติบโตอย่างทั่วถึงให้กับทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนตัวเล็กในระบบเศรษฐกิจ อาทิ กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ผู้สูงวัย วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ SMEs อาทิ

เร่งจัดการภาระที่บั่นทอนศักยภาพการเติบโตของคนไทย เพื่อให้ทุกคนสามารถตั้งต้นและไปต่อได้ ลดปัญหาหนี้สินของคนไทยและช่วยให้สามารถกลับเข้าสู่ระบบสินเชื่อได้

ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs เข้าสู่ธุรกิจและแหล่งเงินทุน ให้แต้มต่อกับผู้ประกอบการ SMEs ที่ผลิตสินค้าไทย (Made in Thailand) ในการจัดซื้อจัดจ้างและบริการของภาครัฐ

ดำเนินมาตรการเพื่อลดรายจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในการดำเนินชีวิตประจำวัน อาทิ ค่าน้ำดื่มสะอาด ค่าพลังงาน

กระจายอำนาจการคลังให้ท้องถิ่นตามความพร้อม ผลักดันกฎหมายภาษีบ้านเกิดเมืองนอนและส่งเสริมให้เกิดภาษีใหม่

ดันดิจิทัลและ AI เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

“ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโต แข่งขันได้อย่างยั่งยืน” พ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ด้วยการสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเดิม ควบคู่กับการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญใหม่ อาทิ ดิจิทัลและ AI หุ่นยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ อาหารแปรรูปมูลค่าสูง พลังงานสะอาด เทคโนโลยีชีวภาพ ยานยนต์สมัยใหม่ การแพทย์และสุขภาพ

ปรับระบบ “ส่งเสริมการลงทุน” ให้เอื้อต่อการพัฒนาและการปรับโครงสร้างไปสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศที่มีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับบริษัทของไทยเพื่อยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการ ยกระดับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่การวางรากฐานเศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน

โดยพลิกโฉมมหาวิทยาลัยให้เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ นวัตกรรมและการแก้ปัญหาของประเทศ วางรากฐานการพัฒนาเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) จัดตั้งกองทุนร่วมลงทุน (Matching Fund) บ่มเพาะผู้ประกอบการนวัตกรรมรายใหม่ (Start-up)

สินค้าไทย-บาร์เตอร์เทรด

ด้านการค้า “เชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก สร้างพันธมิตรการค้า” สร้างความสามารถในการแข่งขันและโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทย ผลักดันสินค้าและบริการไทยสู่สากลโดยทีมประเทศไทย อาทิ ให้สินค้าและบริการไทยเป็นส่วนหนึ่งในการเจรจาการค้าในการจัดซื้อเครื่องจักรอุปกรณ์ของภาครัฐจากต่างประเทศที่มีมูลค่าสูง

ยกระดับการค้าเสรีกับคู่ค้าเดิมและดำเนินการเชิงรุกในการเปิดตลาดใหม่ ขยายกรอบมูลค่าธุรกิจโดยการเจรจาเพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่าให้กับสินค้าและบริการของไทยกับประเทศพันธมิตร เน้นการกระจายตลาดลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง

AI ดันเกษตรแม่นยำ

ด้านการเกษตร “เปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม” ไปสู่ “เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน” โดยสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิถีการเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ศักยภาพของดินและแหล่งน้ำในพื้นที่ พัฒนาการทำการเกษตรแม่นยำด้วย AI

เพิ่มศักยภาพการผลิตและการแปรรูปสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทานให้แก่เกษตรกร ผ่านโครงการดอกเบี้ยคนละครึ่งสำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการพัฒนายกระดับทักษะการใช้แม่ปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ให้เป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก

ด้านการท่องเที่ยว “สร้างไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค ยกระดับไปสู่การสร้างมูลค่าสูง”

เรียนฟรี-ยกระดับสุขภาพ

นโยบายด้านสังคม เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ ปรับหลักสูตรการศึกษา รูปแบบการเรียนรู้และการจ้างงานให้มีความยืดหยุ่นและสอดรับกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและตลาดแรงงานในอนาคต เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานทันที (Skill Bridge) พัฒนาระบบประกันสุขภาพของคนไทยให้สามารถรักษาทุกที่ได้ทันที

ยกระดับบริการสุขภาพของคนไทย โดยมุ่งเน้นการแพทย์มุ่งเป้า การใช้เทคโนโลยี AI ทางการแพทย์ อาทิ การแพทย์ทางไกล สร้างสภาพสังคมและชุมชนให้รองรับสังคมสูงวัยเพื่อให้ผู้สูงอายุและประชากรทุกช่วงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดี พึ่งพาตนเองได้และมีส่วนร่วมในสังคม พร้อมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจสูงวัย (Silver Economy) เพื่อผู้สูงวัยและโดยผู้สูงวัย

แบ่ง 5 คลัสเตอร์ “พูดแล้วทำ”

นอกจากนี้รัฐบาลอนุทิน 2 ได้กำหนดให้มีกลไกการบริหาร แบบกลุ่มยุทธศาสตร์ (Cluster) ซึ่งในระยะเริ่มต้นจะแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ไปสู่การปฏิบัติ “พูดแล้วทำ”

1.ด้านเศรษฐกิจมหภาค การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI

2.ด้านการผลิต การค้าและบริการ เร่งเพิ่มผลิตภาพและคุณภาพการผลิต ภาคเกษตร เกษตรแปรรูป ผลักดัน SMEs ให้เติบโตและเชื่อมโยงกับห่วงโซ่คุณค่าระดับประเทศ

3.ด้านโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งขับเคลื่อนสู่ Net Zero ภายในปี 2050

4.ด้านสังคมและสวัสดิการ ยกระดับทุนมนุษย์และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

5.ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ยกระดับสถานะและบทบาทไทยในเวทีโลก รักษาผลประโยชน์และเสถียรภาพในบริบทโลกหลายขั้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง