อิหร่านปิดฮอร์มุซ ตอบโต้ยิวถล่มเลบานอน จับตาเก็บค่าธรรมเนียมผ่านช่องแคบ

ข้อตกลงหยุดยิงที่ยุติสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านดูเหมือนจะอยู่ในสถานการณ์เปราะบางอย่างยิ่งในวันที่ 8 เมษายน หลังอิหร่านได้ทำการปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพื่อตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนในวันเดียวกัน ที่ถือเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ขณะที่ทำเนียบขาวกดดันให้มีการเปิดช่องทางเดินเรือดังกล่าวอีกครั้ง และพยายามทำให้การเจรจาสันติภาพที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ยังคงดำเนินต่อไปได้ โดยคาโรลีน เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งรายงานโดยสื่อของรัฐอิหร่านนั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง พร้อมกับย้ำความคาดหวังและข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ที่ให้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

สำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน Iranian Students News Agency รายงานว่า กองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) เผยแพร่แผนที่แสดงเส้นทางเดินเรือทางเลือกในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อช่วยให้เรือหลีกเลี่ยงทุ่นระเบิดทางทะเล

อย่างไรก็ดี ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดไม่ให้เรือที่ไม่มีใบอนุญาตแล่นผ่าน ขณะที่บริษัทขนส่งทางเรือระบุว่าพวกเขาต้องการความชัดเจนเพิ่มเติม ก่อนที่จะกลับมาเดินเรือผ่านเส้นทางดังกล่าวอีกครั้ง

รายละเอียดหลายอย่างของข้อตกลงที่สหรัฐและอิหร่านเสนอยังไม่ชัดเจน เนื่องจากทั้งสองฝ่ายนำเสนอวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกันอย่างมากเกี่ยวกับเงื่อนไขที่จะนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืน

Advertisement

ทั้งนี้ อิหร่านระบุว่า ข้อตกลงจะเปิดทางให้สามารถกำหนดเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ทำเนียบขาวระบุว่า ทรัมป์คัดค้านการเก็บค่าผ่านทางดังกล่าว

อิหร่านและโอมานอาจเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ หลังการโจมตีและการข่มขู่ของอิหร่านทำให้เรือพาณิชย์จำนวนมากหลีกเลี่ยงการใช้ช่องแคบดังกล่าว ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติถึงประมาณ 20% ของการค้าทั่วโลก สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความปั่นป่วนต่อเศรษฐกิจโลก และเพิ่มแรงกดดันต่อทรัมป์ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศให้หาทางยุติความตึงเครียด

โดยข้อตกลงหยุดยิงอาจทำให้การเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอิหร่านเริ่มนำมาใช้แล้ว กลายเป็นระบบที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ และทำให้อิหร่านมีแหล่งรายได้ใหม่

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบแผนที่ใช้กันมานานหลายทศวรรษ ซึ่งถือว่าช่องแคบฮอร์มุซเป็นน่านน้ำสากลซึ่งสามารถเดินเรือได้อย่างเสรี การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้มีแนวโน้มว่าจะไม่เป็นที่ยอมรับของประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งยังต้องฟื้นฟูประเทศหลังถูกอิหร่านโจมตีแหล่งน้ำมันเพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล

Windward บริษัทข่าวกรองทางทะเล ระบุว่า มีเรือเพียง 11 ลำที่แล่นผ่านช่องแคบในวันพุธ ซึ่งใกล้เคียงกับจำนวนในช่วงก่อนหน้า โดยอิหร่านกำหนดให้ผู้ขนส่งต้องจ่ายค่าผ่านทางสูงสุดถึง 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลสำหรับน้ำมันที่ส่งออก โดยเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดสามารถบรรทุกน้ำมันดิบได้ถึง 3 ล้านบาร์เรล

ขณะเดียวกันทรัมป์ได้โพสต์ข้อความจำนวนมากบนโซเชียลมีเดีย ประกาศว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าใหม่ในอัตรา 50% ต่อสินค้าทั้งหมดจากประเทศใดก็ตามที่จัดหาอาวุธให้อิหร่าน แม้ว่าเขาจะไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการดำเนินการตามคำขู่ดังกล่าวก็ตาม