
“รมต.เอ” นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงเรื่องพระราชบัญญัติการพนัน ซึ่งหลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการปลดหลายกีฬาออก ด้วยว่า ไม่ว่าจะเป็นบิลเลียด โป๊กเกอร์ คงต้องไปดู และศึกษาให้ดี เข้าใจว่ามีคนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย จะนำเรื่องเหล่านี้มาพิจารณา อย่างรอบคอบ ขอไปดูรายละเอียดอีกครั้ง
ส่วนกรณีที่ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) คนปัจจุบันกำลังจะหมดวาระในช่วงกลางปีนี้นั้น นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า แน่นอนว่าต้องไม่ให้สะดุด เพราะว่าผู้ว่าฯกกท.เป็นตำแหน่งที่สำคัญ ต้องไม่เกิดสุญญากาศในการทำงาน เพราะฉะนั้นกระบวนการตั้งคณะกรรมการสรรหาและเวลานั้น ขอไปดูข้อกฎหมายก่อน เพราะบางข้อสามารถทำได้เลย บางรัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรอิสระต้องมีเหตุเกิดก่อนถึงจะเริ่มตั้งได้ แต่ตามข้อกฎหมาย พรบ.กกท. ถ้าบอกว่าสามารถทำได้ก่อนก็คงจะต้องทำ เพื่อให้เมื่อกระบวนการสรรหาเสร็จเรียบร้อย และเมื่อผู้ว่าการฯคนปัจจุบันหมดวาระพอดีก็จะได้มีผู้ว่าการฯคนใหม่ทำงานได้เลย ไม่มีช่องว่างให้เกิดสุญญากาศ
นายสุรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก หรือเอฟวัน จะไปดูว่าการจัดอีเวนต์ต่อๆ ไปนี้ สิ่งที่ได้รับกับงบประมาณที่ต้องจ่ายคุ้มค่ากันไหม ทุกอย่างเชื่อว่าต้องขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ของประเทศชาติ ส่วนตัวก็อยากที่จะจัดเอฟวัน แต่ประเทศได้อะไร กระทบกับเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของคนอย่างไรบ้าง
นายสุรศักดิ์ กล่าวถึงส่วนกรณีที่ จ.อยุธยา ได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 52 ว่า คงต้องเป็นปีหน้า จริงๆ ปีนี้ก็พยายาม เพียงแต่ว่ายังต้องมีอะไรต้องปรับปรุงอีกเยอะ และเป็นประสบการณ์ดีๆ ที่เราได้รับคำแนะนำจากสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ทั้งสนาม ห้องแต่งตัว สนามซ้อม เราคิดว่าปีหน้าน่าจะสมบูรณ์ที่สุดในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ




