
รองนายกฯ และ รมว.คลัง สงครามเปลี่ยนมิติโลก ด้านความมั่นคงทางยา อาหาร และพลังงาน ต้องปรับวิกฤตเป็นโอกาส ยืนยัน ไม่ลดภาษีสรรพสามิต หวั่นกระทบค่ารักษาพยาบาล ชี้ 11 เม.ย.จะมีมาตรการช่วยกลุ่มต่างๆ ยอมรับ น้ำมันจะไม่ถูกไปอีก 1-2 ปี
ที่รัฐสภา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ชี้แจงระหว่างการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 ว่า ปัญหาพลังงานครั้งนี้เป็นวิกฤตโลก สงครามตะวันออกกลางไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไร อาจกระทบไปถึงสินค้าอื่นๆ ต้องเตรียมพร้อม เรื่องเงินเฟ้อและเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก รัฐบาลต้องเร่งลดผลกระทบระยะสั้นต่อประชาชน
สิ่งแรกที่รัฐบาลทำคือ ใช้กองทุนพยุงราคาน้ำมัน ส่วนการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อลดราคาน้ำมันไม่ต่างจากการใช้กองทุนน้ำมันพยุงราคาน้ำมัน แต่ภาษีสรรพสามิตใช้ดูแลค่ารักษาพยาบาลต่างๆ การลดภาษีสรรพสามิตจึงอาจไปกระทบการรักษาพยาบาลด้วย ในวันที่ 11 เมษายนจะประชุมครม. เพื่อดูแลกลุ่มต่างๆเช่น กลุ่มขนส่ง กลุ่มเปราะบางที่มีรายได้น้อย กลุ่มประมง กลุ่มเกษตรกร ต้องช่วยให้ตรงกลุ่มตามทรัพยากรที่มีจำกัด ขณะเดียวกันต้องเตรียมเงินดูแลส่วนอื่นๆ หากสงครามยังยืดเยื้อ ถ้าไปใช้เงินทุกบาทช่วยกลุ่มใดโดยเฉพาะอาจเจอวิกฤตซ้อนวิกฤติ นำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจ เหมือนปี 2540 ที่ต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก
นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า วิกฤตพลังงานครั้งนี้เปลี่ยนมิติโลกในหลายเรื่อง อาทิ 1.วิกฤตความมั่นคงด้านอาหาร ยา เราต้องเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส เพราะไทยเป็นฐานผลิตอาหาร ยารักษาโรค 2.วิกฤตพลังงาน ราคาน้ำมันจะไม่ถูกลงในอีก 1-2ปี หลังจากโครงสร้างพื้นฐานโรงงานผลิตน้ำมันถูกทำลาย จึงต้องเตรียมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเรื่องพลังงานมาทดแทนมากขึ้น เราต้องเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ระยะสั้นต้องช่วยคนเดือดร้อนให้ผ่านวิกฤตและเติบโตหลังวิกฤต ให้คนกลุ่มนี้หารายได้ดีขึ้น เชื่อว่าเราจะผ่านวิกฤตไปด้วยกันได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





