
ศุภจีแจงตั้งทีมที่ปรึกษา ไม่ใช่เงินหลวง ชี้มีมากประสบการณ์ความสามารถ รับดีลรองหัวหน้า ปชป.มาสานต่องานเจรจาการค้า EU-FTA ลั่นไม่สนสังกัดพรรคไหน เหตุประเทศกำลังเจอวิกฤต
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีการทาบทาม นายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ร่วมเป็นคณะที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี ว่า เนื่องจากเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ เคยเป็นตัวแทนการค้าที่ช่วยประเทศไทยเจรจาการค้า EU ตั้งแต่ในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งยังทำไม่แล้วเสร็จ และยังอยู่ระหว่างการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA)
นางศุภจีย้ำว่า เห็นถึงผลงานและความสามารถจึงทาบทามมา ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนก็ไม่เป็นไร เพราะตนเองเคยพูดแล้ว และอยากทำให้เห็น หากทำแล้วเกิดประโยชน์ เราก็ไม่ต้องมาเริ่มเตรียมงานกันใหม่ เมื่อทำมาแล้วก็ต่อให้จบ โดยในเดือน เม.ย.นี้ จะมีการเจรจากับ EU เป็นรอบที่ 9 และอยากจะให้การเจรจาในรอบนี้จบ และสะเด็ดน้ำ เพราะเราไม่มีเวลาเริ่มใหม่ ซึ่งต้องชื่นชมท่านที่ยินดีมาช่วย แต่ในขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการ เนื่องจากตนเองยังไม่เป็นรองนายกรัฐมนตรีสมบูรณ์แบบ เพราะรัฐบาลเพิ่งแถลงนโยบายต่อรัฐสภาไป โดยท่านก็ยินดี
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ แต่ในขณะนี้เราได้เริ่มทำงานกันไปแล้ว และเราก็ไม่ได้แยกว่าจะต้องเป็นคนของพรรคไหน ซึ่งพรรคไหนก็ไม่สำคัญ เป็นจังหวะที่เราต้องเร่งทำงาน เพราะประเทศเรากำลังเจอวิกฤต พร้อมนำสิ่งดี ๆ มาต่อยอด
นางศุภจีกล่าวต่ออีกว่า ยังได้ทาบทามบุคคลที่มีความสามารถอีกหลายคนมาช่วยงาน ซึ่งที่สำคัญที่สุดคือตำแหน่งนี้ไม่มีค่าตอบแทน ทุกคนที่มามาช่วยตนนั้นมีความตั้งใจ ซึ่งหลายคนเป็นบุคคลที่มีคุณูปการ เป็นคนที่มีประสบการณ์ มีความสามารถ
ดังนั้นตนจึงอยากชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจ เนื่องจากมีหลายคนมองว่าตนใช้งบประมาณจำนวนมาก ซึ่งทุกคนมาช่วยตน และบุคคลที่มาเป็นที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี มีความสามารถเกือบทุกด้าน ซึ่งวิกฤตในวันนี้มีหลายมิติ ทั้งการค้า ความมั่นคง ภูมิรัฐศาสตร์ ที่มีความเกี่ยวพันกันไปหมด จึงต้องมีคนที่มีความรู้จากหลากหลายมาช่วยกัน
เมื่อถามว่า ในการทาบทามบุคคลร่วมงานได้ใช้คอนเน็กชั่นส่วนตัวใช่หรือไม่ นางศุภจีกล่าวว่าเป็นเรื่องของความตั้งใจที่หลายท่านอยากจะเข้ามาช่วย คงไม่ใช่เพราะตน
สำหรับคณะผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจและการค้าที่ได้รับการทาบทามเป็นคณะที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา ได้แก่ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ เลขานุการบริษัทและกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ดร.ปิติ ศรีแสงนาม Executive Director, ASEAN Foundation, Jakarta, ณัฐ เหลืองนฤมิตรชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดทุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ดร.ยรรยง ไทยเจริญ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) และอดีตผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย, ผศ.ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา
ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตรชัย กรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร บริษัท หลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน), ภูษิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์, อนันต์ ลาภสุขสถิต ประธานสถาบัน เค อะโกรอินโนเวท ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเกษตร เกษตรแปรรูป
รวมถึงนงนุช เพ็ชรรัตน์ อดีตเอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐออสเตรียและสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี, ชุตินทร คงศักดิ์ อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี และวีระพงษ์ ประภา อดีตตัวแทนการค้าไทย ประจำสหภาพยุโรป ซึ่งได้รับการทาบทามจากรองนายกรัฐมนตรี ให้เป็นคณะตัวแทนการค้าไทย (Thailand Trade Representatives, TTR)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง





