ศุภจี แจงทาบ วีระพงษ์ นั่งกุนซือ ทำงานไม่แบ่งพรรค หวังสานต่อดีลการค้า ยันช่วยแบบไร้ค่าตอบแทน

เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 10 เมษายน ที่รัฐสภา นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการทาบทามนายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาช่วยงานว่า นายวีระพงษ์เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ เคยเป็นผู้แทนการค้าไทย ขับเคลื่อนการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (EU) สมัยรัฐบาลที่แล้ว แต่ยังทำไม่เสร็จ จึงทาบทาม เพราะเราเน้นเรื่องผลงานและการทำงาน จะสังกัดพรรคใดไม่เป็นไร หากทำแล้วเกิดประโยชน์จริงก็ไม่ต้องเตรียมงานกันใหม่ เพราะเคยทำมาแล้วก็มาต่อให้จบ และในเดือน มิ.ย.นี้ เราจะเจรจากับอียูรอบที่ 9 เพื่อหารือประเด็นที่ยังติดค้างให้จบ ให้สะเด็ดน้ำ เราไม่มีเวลาเริ่มใหม่

นางศุภจีกล่าวว่า ขอชื่นชมนายวีระพงษ์ที่ยินดีมาช่วย แต่กระบวนการแต่งตั้งต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติและนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ยังอีกหลายขั้นตอน ยืนยันว่าไม่ได้แยกว่าพรรคไหน วันนี้อยู่ในจังหวะที่ต้องเร่งทำงาน เพราะประเทศเรากำลังเจอวิกฤต ใครที่มีความสามารถมาช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนยินดีรับฟังทั้งนั้น สิ่งที่รับฟังจะทำให้เรานำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ได้ เอาสิ่งที่ดีมาต่อยอด หากเรื่องใดที่อาจจะไม่สามารถนำมาทำได้ เรามีหน้าที่อธิบาย

“ฝากสื่อช่วยสื่อข้อมูล ต้องช่วยกันสร้างความตระหนักรู้ว่าปัจจุบันนี้เราอยู่ในสภาวะอะไร เจอวิกฤตหลายวิกฤตซ้ำซ้อนมากมาย ถ้าเราช่วยกันได้ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายใดขอให้ช่วยกัน แต่อย่าสร้างความตระหนัก ให้เอาข้อเท็จจริงไปใช้และเอามาพูด หากตัดเพียงบางท่อนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและยิ่งตื่นตกใจ เรื่องคำวิพากษ์วิจารณ์ ที่บอกว่าทำไมพูดอย่างนั้นอย่างนี้ ถ้าฟังให้จบจะรู้ว่าดิฉันกำลังสื่อสารอะไรให้กับประชาชน ขอให้ช่วยกันสื่อสารให้ทุกคนรู้ว่าเราต้องร่วมมือกัน และเราต้องเปลี่ยนเพราะไม่สามารถใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ได้แล้ว ไม่ได้ช่วยพี่ แต่ช่วยพวกเราทุกคนให้รอดจากวิกฤตนี้ไปด้วยกัน ขอฝากทุกคนด้วย” นางศุภจีกล่าว

นางศุภจีกล่าวอีกว่า ที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรีไม่มีค่าตอบแทน ทุกคนที่มาเป็นคนที่มีความตั้งใจจะเข้ามาช่วยจริงๆ นายวีระพงษ์เป็นคนที่มีคุณูปการและมีประสบการณ์มากมาย อย่างที่เรียนคือไม่มีแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ท่านใดที่มีความสามารถในเรื่องใด มาช่วยกันเถอะ เพราะบางคนเข้าใจว่าต้องใช้งบประมาณจ้าง ยืนยันท่านมาช่วยไม่ได้มีรายได้ มาเป็นที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งวิกฤตวันนี้หลายมิติมาก ทั้งการค้า
ความมั่นคง ภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิเศรษฐศาสตร์ พันกันไปหมด ดังนั้น จะต้องมีคนที่มีความรู้จากหลากหลายศาสตร์มาช่วยกัน ยืนยันว่ายังไม่ได้แต่งตั้งจริง ต้องรอให้เป็นรองนายกรัฐมนตรีเต็มตัวก่อน แต่ท่านยินดีที่จะมาช่วย โดยจะต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติเข้มข้น เพราะนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลที่จะมาช่วยงานในรัฐบาลให้เหมือนกับรัฐมนตรี ซึ่งหากเป็นทางการเมื่อไหร่จะแจ้งให้ทราบ ซึ่งทุกคนยินดีที่จะมาช่วยเพื่อประเทศของเรา