
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกเมื่อวันที่ 10 เมษายน ส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน หลังจากสถานการณ์หยุดยิงในสงครามอิหร่านที่ยังคงเปราะบาง ท่ามกลางการลุ้นเรื่องการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา ในปากีสถาน และการเจรจาหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน ที่วอชิงตัน
โดยตลาดหุ้นยุโรปในช่วงต้นของการซื้อขายวันเดียวกัน ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษ บวก 0.2% อยู่ที่ 10,627.69 จุด ขณะที่ดัชนี CAC40 ของฝรั่งเศส เพิ่มขึ้น 0.2% ที่ 8,265.80 จุด และดัชนี DAX ของเยอรมนี ปรับขึ้น 0.2% แตะ 23,844.89 จุด
ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ ปิดบวกในวันศุกร์ที่ 10 เมษายน โดยดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ พุ่งขึ้น 1.4% ปิดที่ 5,858.87 จุด ส่วนดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่น ทะยาน 1.8% ปิดที่ 56,924.11 จุด ด้านดัชนี Hang Seng ของฮ่องกง เพิ่มขึ้น 0.6% อยู่ที่ 25,893.54 จุด ส่วนดัชนี Shanghai Composite ของจีน ปรับขึ้น 0.5% อยู่ที่ 3,986.22 จุด ดัชนี Taiex ของไต้หวัน เพิ่มขึ้น 1.6%
สำหรับราคาน้ำมันมีการปรับตัวสูงขึ้นในวันที่ 10 เม.ย. โดยน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับเพิ่มขึ้น 1.8% อยู่ที่ 97.68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.9% อยู่ที่ 99.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
เอเจย์ ราชยักษา จาก Barclays ระบุในบทวิเคราะห์ว่า น้ำมันราคา 65-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นราคาก่อนเกิดสงครามอิหร่าน จะไม่กลับมาอีก โดยคาดว่า ราคาน้ำมันเบรนท์ จะเฉลี่ยอยู่ที่ราว 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปีนี้ และว่า การหยุดยิงไม่ใช่การคืนสภาพเดิม ซึ่งการหยุดยิงอาจยุติสงคราม แต่ไม่สามารถลบผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วได้
ทั้งนี้ การเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน มีความเป็นไปได้ที่จะนำไปสู่การหยุดยิงถาวรในสงครามอิหร่าน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มการเจรจากันในวันที่ 11 เมษายน โดยฝ่ายสหรัฐมีนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นผู้นำของตัวแทนสหรัฐในการเจรจา
แต่ก่อนหน้าการเจรจา กลับเกิดเหตุการณ์อิสราเอลโจมตีเลบานอนอย่างหนัก เมื่อวันที่ 8 เมษายน ก่อนที่นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล จะออกมาบอกว่า พร้อมที่จะเปิดการเจรจากับเลบานอน และคาดว่าการเจรจาของคู่นี้ จะมีขึ้นที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ในสัปดาห์หน้า




