‘สี จิ้นผิง’ ไม่ทนเอกราชไต้หวัน หัวหน้าก๊กมินตั๋งค้านต่างชาติแทรกแซงสัมพันธ์ช่องแคบ

เฉิง หลี่หวุน ประธานพรรคกั๋กมินตั๋ง (KMT) พรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน จับมือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่อาคารมหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อ 10 เมษายน 2026

‘สี จิ้นผิง’ ยืนยันหลักการจีนเดียว โดยระบุว่าไม่ยอมรับการประกาศเอกราชของไต้หวันในระหว่างการเยือนจีนของหัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋งท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่น ขณะที่เฉิง หลี่หวุน ขัดขวางบทบาท “กระดานหมากรุกให้กองกำลังภายนอกเข้ามาแทรกแซง”

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีนกล่าวกับผู้นำฝ่ายค้านของไต้หวันในโอกาสเยือนเมื่อ 10 เม.ย.ว่า จีนจะไม่ยอมรับอย่างเด็ดขาดต่อการแยกตัวเป็นอิสระของไต้หวัน ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญที่บ่อนทำลายสันติภาพในช่องแคบไต้หวัน และเรียกร้องให้มีการร่วมมือกันเพื่อส่งเสริมการรวมชาติ

เฉิง หลี่หวุน ประธานพรรคกั๋กมินตั๋ง (KMT) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวันกำลังอยู่ในจีน เพื่อภารกิจสันติภาพที่ต้องการลดความตึงเครียดในช่วงเวลาที่รัฐบาลจีนเพิ่มแรงกดดันทางทหารต่อไต้หวัน

ในการพบปะกันที่อาคารมหาศาลาประชาชน สี จิ้นผิง กล่าวกับเฉิงว่า โลกในปัจจุบันไม่ได้สงบสุขอย่างสมบูรณ์ และสันติภาพนั้นมีค่า

“เพื่อนร่วมชาติทั้งสองฝั่งของช่องแคบล้วนเป็นชาวจีน เป็นประชาชนในครอบครัวเดียวกันที่ต้องการสันติภาพ การพัฒนา การแลกเปลี่ยน และความร่วมมือ” เขากล่าวตามที่สถานีโทรทัศน์ของไต้หวันเผยแพร่

Advertisement

สี จิ้นผิง กล่าวเสริมว่า ทั้งสองฝั่งของช่องแคบเป็นส่วนหนึ่งของ “จีนเดียว” ตามที่สื่อของรัฐระบุ

“เมื่อครอบครัวปรองดองกัน ทุกสิ่งก็จะเจริญรุ่งเรือง” เขากล่าว “การแยกตัวเป็นอิสระของไต้หวันคือต้นเหตุสำคัญที่บ่อนทำลายสันติภาพในช่องแคบไต้หวัน เราจะไม่ยอมรับหรือเห็นชอบอย่างเด็ดขาด”

Advertisememt

สี จิ้นผิงยังกล่าวถึงประเด็นที่ละเอียดอ่อนเรื่องการรวมชาติระหว่างจีนและไต้หวัน ซึ่งเป็นเป้าหมายของจีนมานานแล้ว แต่รัฐบาลไต้หวันปฏิเสธ

“พรรคก๊กมินตั๋งและพรรคคอมมิวนิสต์ต้องเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมืองซึ่งกันและกัน รักษาปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน รวมใจประชาชนทั้งสองฝั่งช่องแคบ และร่วมมือกันสร้างอนาคตที่สดใสของการรวมชาติและการฟื้นฟูประเทศ” เขากล่าว

จีนปฏิเสธที่จะเจรจากับประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน โดยกล่าวว่าเขาเป็น “ผู้แบ่งแยกดินแดน” รัฐบาลของนายไล่เรียกร้องให้เฉิงบอกจีนให้หยุดการข่มขู่ และกล่าวว่ารัฐบาลจีนควรเจรจากับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยในไทเป

ในวันเดียวกัน นายซู กัวหยง เลขาธิการพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของไต้หวัน กล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงไทเปว่า เขาได้วิพากษ์วิจารณ์พรรคก๊กมินตั๋งที่ยังคงขัดขวางการอนุมัติงบประมาณด้านกลาโหมของรัฐสภาในขณะที่นางเฉิงอยู่ในประเทศจีน

พรรคก๊กมินตั๋งเคยปกครองจีนทั้งหมด จนกระทั่งรัฐบาลสาธารณรัฐจีนที่พรรคก๊กมินตั๋งเป็นผู้นำได้ลี้ภัยไปยังไต้หวันในปี 1949 หลังจากพ่ายแพ้ในสงครามกลางเมืองกับพรรคคอมมิวนิสต์ของเหมา เจ๋อตุง ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน

ไม่มีการลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพหรือการหยุดยิงใด ๆ และจนถึงทุกวันนี้ รัฐบาลทั้งสองฝ่ายก็ยังไม่ยอมรับอีกฝ่ายอย่างเป็นทางการ

เฉิงกล่าวกับสี จิ้นผิง ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งช่องแคบที่เอื้อประโยชน์ร่วมกันคือสิ่งที่ประชาชนทั้งสองฝ่ายปรารถนา และการปฏิสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนควรเป็นไปในลักษณะต่างตอบแทน

“ดิฉัน หลี่หวุน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสักวันหนึ่งในอนาคต ดิฉันจะมีโอกาสได้เป็นเจ้าภาพต้อนรับเลขาธิการสี จิ้นผิง และทุกท่านที่อยู่ ณ ที่นี้ในไต้หวัน” เธอกล่าวเสริม โดยใช้ตำแหน่งของสี จิ้นผิง ในฐานะหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์

เฉิงกล่าวว่า เธอหวังว่าด้วยความพยายามของทั้งสองฝ่าย ช่องแคบไต้หวันจะไม่เป็นจุดศูนย์กลางของความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นอีกต่อไป และจะไม่กลายเป็น “กระดานหมากรุกให้กองกำลังภายนอกเข้ามาแทรกแซง” อย่างแน่นอน และกล่าวเสริมว่า ทั้งสองฝั่งช่องแคบควรวางแผนและสร้างกลไกการเจรจาและความร่วมมือที่เป็นระบบและยั่งยืนต่อไป

ต่อมาในการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวในกรุงปักกิ่ง เฉิงกล่าวว่า สี จิ้นผิง ได้บอกกับเธอว่า จีนเคารพระบบสังคมและวิถีชีวิตที่แตกต่างของไต้หวัน แต่เขาก็หวังว่าไต้หวันจะสามารถยืนยันและยอมรับความสำเร็จด้านการพัฒนาของจีนแผ่นดินใหญ่ได้

ทั้งนี้ สหรัฐเป็นผู้สนับสนุนและผู้จัดหาอาวุธที่สำคัญที่สุดของไต้หวัน แม้จะไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ จีนเรียกร้องให้สหรัฐหยุดการจัดหาอาวุธให้ไทเปหลายครั้ง สหรัฐสนับสนุนแผนการของรัฐบาลไต้หวันในการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง