
‘นายกฯ’ ขอบคุณรัฐสภาอภิปรายนโยบายรัฐบาล พร้อมทุ่มทุกสรรพกำลังรับใช้แผ่นดิน การันตี 35 รมต.คัดรอบคอบ ใครล้มเหลวต้องรู้ตัวเก็บของกลับบ้าน ซัด ‘พริษฐ์’ ไม่ทำการบ้านหลังกล่าวหาโยนงาน ย้ำให้เกียรติสภาฯ ไลน์ตามรัฐมนตรีมาฟัง ให้คำมั่นทำมากกว่า 23 นโยบาย หวังอยู่ครบเทอม 4 ปี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวขอบคุณสมาชิกรัฐสภาว่า ในนามคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอขอบคุณสมาชิกรัฐสภาทุกท่านที่ได้ร่วมกันอภิปราย แสดงความเห็น ให้ข้อเสนอแนะ ข้อห่วงใยกับการแถลงนโยบายรัฐบาลของตน ตนเข้าใจดีว่าต่างฝ่ายก็ต้องต่างทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ความเห็นหรือข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ คำอธิบายของท่านทั้งหมดนั้น
ตนยืนยันได้เลยว่าทุกถ้อยคำ พวกเราทุกคนที่เป็น ครม.ได้รับฟังและรับทราบ โดยในส่วนที่เป็นประโยชน์เป็นสาระ เป็นความจริง เรายินดีที่จะนำไปประยุกต์ใช้และนำไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนของพวกเรา
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตระหนักดีว่าความท้าทายที่ประเทศเรากำลังเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นระยะสั้น ระยะยาวก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พวกเราทุกคนหมายถึง ครม. ให้คำยืนยันว่าเราจะผลักดันให้ทุกอย่างที่ได้กล่าวไว้ในการแถลงนโยบายครั้งนี้ได้ประสบความสำเร็จด้วยความมีประสิทธิภาพ โดยนโยบายทั้ง 23 ข้อนี้ถือเป็นนโยบายหลักที่พวกเราทุกคนจะต้องดำเนินการภายในเทอมของรัฐบาลและหวังว่าจะอยู่ได้ครบ 4 ปี เพราะพวก ครม.ทุกคนได้มีความตั้งใจ
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ครม.ทุกท่านได้คัดเลือกมาด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังทั้งเรื่องของวัยวุฒิประสบการณ์ ประวัติของทุกคน กว่าจะตัดสินใจให้แต่ละท่านได้รับผิดชอบในกระทรวงต่างๆ นั้นตนให้คำยืนยันเลยว่าตนได้พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ และขอเรียนว่าข้อกล่าวหาต่างๆ ที่ท่านได้พูดถึงตัวตนว่าไม่ตั้งใจทำงาน โยนงานไม่รับผิดชอบงาน บริหารงานไม่เป็น อันนี้ก็เป็นหน้าที่ของแต่ละฝ่ายเหมือนกัน เพราะว่าฝ่ายนี้ก็บอกตนเก่ง บริหารดี ทำดี มีความรับผิดชอบ รักประชาชน แต่ฝ่ายนั้นบอกอีกอย่าง
ซึ่งก็ไม่เป็นอะไรเพราะนั่นถือเป็นบทบาทของเรา แต่ต้องขอความกรุณาว่าต้องพูดความจริง และต้องทำการบ้านให้มากกว่านี้ ท่านสมาชิกที่เพิ่งอภิปรายตนเมื่อสักครู่นั้น ตนต้องบอกว่าท่านไม่ทำการบ้านจริงๆ ท่านบอกว่าผมเอาคลัสเตอร์ที่พรรคร่วมรัฐบาลคือพรรคเพื่อไทย มาดูเองโดยตรงโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่กระทรวงเกษตรฯ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นคนดู
คำว่าคลัสเตอร์ที่พูดนี้ในส่วนของตนหมายถึงเป็นคลัสเตอร์ที่เป็นพรรคภูมิใจไทย ซึ่งตนได้มอบหมายให้รองนายกฯ แต่ละท่านได้ดูแลหน่วยงานตามที่ตนได้มอบหมายไป ส่วนที่เป็นกระทรวงในการกำกับดูแล รับผิดชอบของพรรคเพื่อไทยทุกกระทรวง นายชนันเป็นผู้ดูแลด้วยอำนาจเต็ม

“ผมบริหารงานแบบนี้ตั้งแต่เป็นผู้บริหารภาคเอกชน ซึ่งอาจจะเป็นพรสวรรค์ของผมก็ได้ ผมสั่งงานแบบรู้ว่าคนไหนเก่งตรงไหน รู้ว่าคนไหนมีความสามารถที่จะไปทำอะไร และสามารถนำผลงานกลับมาส่งมอบผมด้วยสิ่งที่ผมต้องการ คิดเวลาที่ผมมอบหมายงานใคร ไม่ใช่คิดถึงใครหรือคิดถึงรัฐมนตรีคนไหนคนแรกแล้วก็มอบหมายงานที่เขาไม่ถนัด ไม่เคย ทุกคนที่ผมมอบหมายงานให้ทำ
ผมต้องมั่นใจว่าเขาทำได้ ด้วยความคิดและเป้าหมายที่ผมต้องการ ซึ่งก็ไม่มีใครที่กลับมาด้วยสิ่งที่ทำไม่ได้สำหรับผมรัฐมนตรีคนไหน หรือรองนายกฯ คนไหนกลับมาด้วยความล้มเหลว เมื่อเขารายงานเสร็จ เขาก็รู้ว่าเขาต้องไปเก็บของและให้คนที่ความสามารถที่ดีกว่ามาทำ ผมบริหารงาน ทำงานในลักษณะที่ผมทำมาแล้วประสบความสำเร็จในทุกด้าน ถามว่าล้มเหลวหรือไม่ก็มีล้มเหลวบ้าง แต่ว่าสำเร็จมากกว่า จึงทำให้ผมสั่งสมประสบการณ์ในการที่จะดูว่าคนนี้ถนัดเช่นนี้ คนนั้นถนัดเช่นนั้น และมอบหมายงานให้เขาทำไป รับรองเลยว่าผมคิดก่อน”
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า อย่างที่บอกว่าการที่ตนจะมอบหมายให้ใครมาตอบกระทู้ก็เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรี หากตนว่าง ตนก็จะมา ในส่วนที่ตนรับผิดชอบตนก็มา วันนี้ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็ต้องขอบคุณพวกท่านที่ทำให้ตนเป็นครั้งแรก แต่วันนี้ตนมาเป็นนายกรัฐมนตรีและควบกระทรวงมหาดไทยด้วย ซึ่งตนก็ตั้งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทยมา 3 คนและมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทยแล้ว ซึ่งเขาก็ต้องมาตอบในส่วนของหน้าที่เขาตามที่ตนมอบหมายให้
และสิ่งที่ ครม.ของตนต้องทำคือการมาตอบกระทู้ในสภา เมื่อช่วงเย็นนี้ที่ผ่านมา ตนเห็นรัฐมนตรีอยู่บนบัลลังก์แค่ 2 คน ตนก็ส่งข้อความไปในไลน์กลุ่ม ครม.ของตนแล้วบอกว่าต้องให้เกียรติสภา ขอให้ขึ้นมารับฟังการอภิปราย ตนทำเช่นนี้ แบบนี้เรียกว่าโยนหรือไม่ ก็ไม่ทราบ
และตอนน้ำท่วมหาดใหญ่ตนก็มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ และรองนายกรัฐมนตรีขณะนั้นไปแก้ไขน้ำท่วมที่หาดใหญ่ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นการมอบหมายแต่เป็นการสั่งการให้ท่าน ซึ่งตัวท่านก็ไปลุยน้ำ และตนก็ไปลุยน้ำเช่นกัน ประมาณสองสัปดาห์ก็กลับมาฟื้น ตนลุยน้ำจริงๆ ไม่ใช่ไปคุกเข่าแล้วลุยน้ำใส่ชูชีพแล้วกดลงไป ตนไม่ต้องสร้างภาพเช่นนั้น
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า อยากเรียนให้ทุกท่านได้ทราบว่าเวลาทำงานตนไม่มีตำแหน่ง ฉะนั้น เรื่องโยนงาน ไม่รับผิดชอบงาน ตนไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ไปรบตนก็ไป ไปตรวจตามแนวชายแดนกับระเบิดอยู่ข้างๆ 2-3 เมตร ตนก็ไป เพราะทำให้ตนทราบว่าหน้างานเป็นเช่นไร ชายแดนเป็นเช่นไร เวลามีต่างชาติกดดันก็เหมือนพวกท่านนั่นแหละ รับรายงานแล้วมาพูดกับตน พวกนี้เวลาทำเช่นนี้ หากทำไม่ถูกก็ต้องถูกตนตอกหน้าหงายกลับไป เพราะตนอยู่หน้างาน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้เท่านั้น
ฉะนั้นการที่จะมากล่าวหาอะไรตนนั้น หากตนไม่ได้ทำ ตนก็จะยืนตรงนี้แล้วบอกกับท่านว่าตนไม่ได้ทำ ขอบคุณที่เตือนตน ตนไม่ได้ไปทำเช่นนั้นจริงๆ แล้วตนจะไม่พยายามมาแก้ตัวว่าตนไม่ได้ทำเช่นนั้น ฉะนั้น จึงอยากชี้แจงความจริงซึ่งตนไม่จำเป็นต้องมาชี้แจงแบบนี้ก็ได้ เพราะรัฐมนตรีทั้งหลายของตนได้มาชี้แจงแล้ว นี่คือการบริหารของตน และรัฐมนตรีที่รับผิดชอบแต่ละกระทรวงก็ต้องชี้แจง ตอบข้อกังวลให้กับสมาชิกรัฐสภาทุกท่านว่าเขาได้รับฟังท่านแล้ว เขามีวิธีการที่จะดำเนินการหรือคลายความกังวลของท่านอย่างไรบ้าง ซึ่งความกังวลของพวกท่านก็ทำเพื่อประชาชนทั้งนั้น นี่เป็นสิ่งที่ตรงกัน
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องของการทำงานของ ครม.แต่ละท่านในรัฐบาลของตน ตนขอยืนยันต่อรัฐสภาแห่งนี้ว่าตนให้อำนาจอย่างเต็มที่และทุกคนก็ต้องรับผิดชอบในการทำหน้าที่ของตนเองเป็นอย่างดี และยืนยันว่า ครม.ทุกคนมีความพร้อมทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิ ประสบการณ์และความทุ่มเทในการทำงาน แต่อย่างเดียวเลยขอให้พวกเราทุกคนนำสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงมาแจ้งให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบเราต้องไม่ปั้นน้ำเป็นตัว
เราต้องพูดถึงสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงและหากเป็นข้อเท็จจริง เมื่อไหร่ตรงไหนที่เป็นข้อบกพร่องตนยินดีที่จะยอมรับและนำไปปรับปรุงแก้ไข ท่านคงเห็นว่าตนออกมาขอโทษประชาชนหลายครั้งเวลาทำอะไรแล้วรู้สึกว่ายังไม่เป็นที่พอใจของพี่น้องประชาชน ทั้งที่หลายท่านครั้งก็ไม่ได้รู้สึกว่าเราทำไม่ถูกแต่ต้องเข้าใจและต้องเห็นแก่พี่น้องประชาชนหากพี่น้องประชาชนผู้ที่เลือกพวกเรามายังไม่พอใจก็ถือว่าพวกเรายังทำได้ไม่ดีพอ ก็ต้องออกมาขอโทษและทำต่อไปให้ดีและเรียบร้อยขึ้น
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สุดท้ายนี้ ตนคิดว่าเราทุกคนต้องทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ตนรับฟัง จดบันทึกสิ่งที่ท่านได้แนะนำให้รัฐบาลของตนไปปฏิบัติ ยืนยันว่าสิ่งที่อยู่ในนโยบายเรา เราพูดแล้วทำอยู่แล้ว และสิ่งที่ท่านได้แนะนำมาเพื่อให้พวกตนไปปฏิบัติ พวกตนยินดีที่จะปฏิบัติ และไม่จำเป็นที่จะทำเฉพาะนโยบาย 23 ข้อที่เขียนเอาไว้ หากมีอีกกี่ข้อที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ตนก็พร้อมที่จะทำ ในเรื่องของการสนับสนุนภารกิจของรัฐสภาไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ตนยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ กระบวนการมีอยู่แล้วหากทำตามกระบวนการที่ถูกต้อง ตนยินดีอย่างเต็มที่

“แต่เรื่องของการที่ท่านสมาชิกท่านล่าสุดที่อภิปรายบอกว่าตนต้องพร้อมยินดีให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินคดีหรือสอบตน อันนี้ต้องแล้วแต่ กกต. ยินดีหรือไม่ยินดีก็แล้วแต่ ใครจะยินดีให้ดำเนินคดี หากท่านจะยินดีก็แล้วแต่ แต่ตนไม่ยินดีย้ำว่าอยู่ที่ กกต. เขามีคณะกรรมการหรืออนุกรรมการอยู่แล้ว หากทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดี ไม่มีใครที่จะหลุดพ้นไปได้ ต่อให้มีอิทธิพลขนาดไหน ก็ไม่หลุดพ้นตรงนี้ไปได้”
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการในส่วนที่เป็นพรรคภูมิใจไทย หากเรื่องนั้นถูกต้องตามกฏหมาย ตามกระบวนการรัฐสภาตนก็ยินดี และไม่เคยลืมพระคุณที่ท่านเคยสนับสนุนตน และคิดว่าเราก็ยังคงต้องทำงานรับใช้ชาติด้วยกันด้วยความสร้างสรรค์ ท่านทำหน้าที่ของท่าน พวกตนทำหน้าที่ของตน ขออย่างเดียวมีประชาชนเป็นเป้าหมาย เป็นศูนย์กลาง เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของพวกเรา
ขอบคุณประธานรัฐสภาที่ให้ตนมาแถลงนโยบายในวันนี้ และหลังจากวันนี้เป็นต้นไป รัฐบาลนี้ก็จะมีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มที่ แล้วพวกเราทุกคนก็จะทุ่มเททุกสรรพกำลัง ทุกสิ่งที่เรามีอยู่ ทำงานรับใช้แผ่นดิน รับใช้พี่น้องประชาชน แล้วทำให้ประเทศไทยของเราได้ก้าวหน้า ได้เจริญ ได้มีพลังขับเคลื่อนให้เป็นประเทศที่แข็งแรง มั่นคง เป็นที่ภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน
ทันทีที่นายอนุทินกล่าวจบ นายพริษฐ์ ได้ลุกขึ้นขอใช้สิทธิ์พาดพิง โดยกล่าวยืนยันว่า เป็นสิทธิ์ของสมาชิก ตั้งใจว่าจะไม่ขัดจังหวะ แต่ขณะนั้นนายโสภณ กล่าวว่า “จบแล้วครับ” แม้นายพริษฐ์ พยายาม กล่าวว่า ไม่ นายโสภณยกมือห้ามและกล่าวว่า “ผมอนุญาตไม่ได้ มันจบแล้วครับ ผมขอปิดการประชุม”
จากนั้นนายโสภณสั่งปิดการประชุมในเวลา 22.13 น. ทันท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง





