
รอรี่ แม็คอิลรอย โปรกอล์ฟมือ 2 ของโลกชาวไอร์แลนด์เหนือ แชมป์เก่าศึกเมเจอร์แรกของปี “เดอะ มาสเตอร์ส” ผงาดขึ้นนำเดี่ยวหลังจบรอบสอง ที่สนามออกัสต้า รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 เมษายน ด้วยผลงาน 12 อันเดอร์พาร์ 132 ทิ้งห่างสองโปรอเมริกัน แซม เบิร์นส์ และแพทริก รีด ที่ตามมาในอันดับ 2 ร่วม ด้วยสกอร์ 6 อันเดอร์พาร์ 138 ถึง 6 สโตรก
ในรอบสอง รอรี่เก็บเพิ่ม 7 อันเดอร์พาร์ จาก 9 เบอร์ดี้ 2 โบกี้ โดยเฉพาะช่วง 7 หลุมสุดท้าย ที่ทำได้ถึง 6 เบอร์ดี้ ซึ่งการนำห่าง 6 สโตรกนั้นเป็นสถิติการนำที่ท่วมท้นที่สุดเมื่อผ่านครึ่งทางในประวัติศาสตร์การแข่งขันมาสเตอร์ส และเขาก็มีลุ้นเป็นนักกอล์ฟคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์ต่อจากแจ็ค นิคลอส, นิค ฟัลโด้ และไทเกอร์ วู้ดส์ ที่ป้องกันแชมป์รายการนี้ได้สำเร็จ
รอรี่กล่าวภายหลังการแข่งขันว่า รักทัวร์นาเมนต์นี้และสนามแห่งนี้เสมอ แม้ว่าจะเป็นเวลาที่รู้สึกว่าสองสิ่งนี้ไม่ได้มอบความรักตอบให้ตนก็ตาม มาถึงตอนนี้ต่อให้หวดลูกไม่ลงแฟร์เวย์ก็ไม่เป็นไร หวดลูกไม่ออนกรีนก็ไม่เป็นไร เพราะรู้สึกเหมือนได้กำไรแล้ว
รอรี่ยอมรับว่า หลังจากปลดล็อกคว้าแชมป์รายการนี้ที่รอคอยมานานได้สำเร็จเมื่อปีที่แล้ว รวมถึงเป็นนักกอล์ฟชายคนที่ 6 ในประวัติศาสตร์ที่กวาดแชมป์เมเจอร์ได้ครบทั้ง 4 รายการ ก็ทำให้ผ่อนคลายขึ้นมาก เวลาตีหลุดหรือตีไปในแนวต้นไม้ก็ไม่ตื่นตระหนก ยังหาทางแก้ไขได้ สนามแห่งนี้ช่วยให้ทำผลงานได้ยาวๆ เมื่อเครื่องติด ถึงจะไม่คาดฝันว่าจะทำเบอร์ดี้ได้ 6 จาก 7 หลุมสุดท้ายก็ตาม คิดมาตลอดว่าถ้าโมเมนตัมมา ก็มักจะทำผลงานดีติดๆ กันได้ เพราะกองเชียร์พร้อมส่งพลังให้รักษาฟอร์มได้ดีต่อเนื่องอยู่แล้ว
ด้านสก็อตตี้ เชฟเฟลอร์ โปรกอล์ฟมือ 1 ของโลกชาวอเมริกัน ฟอร์มสะดุดในรอบสอง หวดเกิน 2 โอเวอร์พาร์ จาก 2 เบอร์ดี้ 4 โบกี้ ทำให้สกอร์รวมเป็นอีเว่นพาร์ 144 ตกจากอันดับ 6 ร่วม ไปอยู่ที่ 24 ร่วม
ขณะที่ “ฟีฟ่า” พงศภัค เหล่าภักดี นักกอล์ฟสมัครเล่นชาวไทยวัย 21 ปี ซึ่งได้สิทธิร่วมแข่งขันรายการนี้ ไม่ผ่านการตัดตัว แม้จะทำผลงานได้ดีขึ้นกว่าในรอบแรก โดยทำ 3 เบอร์ดี้ 6 โบกี้ ตีเกิน 3 โอเวอร์พาร์ ในรอบสอง สกอร์รวมเป็น 11 โอเวอร์พาร์ 155




