
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและเอสเอ็มอีอย่างเร่งด่วน ท่ามกลางวิกฤตพลังงานและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยกำหนดมาตรการหลัก 3 มิติ โดยมิติแรกคือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ธนาคาร SME D Bank ได้จัดสรรวงเงิน 20,000 ล้านบาท อัดฉีดสู่ระบบเศรษฐกิจ ด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% คงที่ เป็นเวลา 3 ปี แบ่งเป็น 3 ผลิตภัณฑ์หลัก สินเชื่อ SME Green Productivity วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย เพื่อสนับสนุนการลงทุนเครื่องจักรและอุปกรณ์พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ และยานพาหนะไฟฟ้า (EV) สินเชื่อผู้พลัง SME สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยและรายเล็ก วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันสินเชื่อ Beyond ติดปีก SME วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและขยายธุรกิจ
นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อพิเศษอื่นๆ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อราย โดยอัตราดอกเบี้ยไม่สูงกว่าธนาคารพาณิชย์ชั้นนำ และธนาคารได้รับกำชับให้พิจารณาสินเชื่ออย่างยืดหยุ่น อ่อนตัว และรวดเร็ว เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงทุนได้ทันสถานการณ์
มิติที่สองคือ การเสริมสภาพคล่อง กระทรวงจะช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบางด้วยแนวทาง “3 ลด” คือลดเงินต้น ลดดอกเบี้ย และลดค่างวด โดยจะมอนิเตอร์สถานะการชำระหนี้อย่างใกล้ชิด หากพบปัญหาจะเข้าไปช่วยเหลือทันที เพื่อประคับประคองกิจการ รักษาการจ้างงาน และช่วยให้ธุรกิจสามารถพลิกฟื้นได้ในช่วงวิกฤต
มิติที่สามคือ การเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ เน้นการอัพสกิลและรีสกิลแรงงานในภาคอุตสาหกรรม เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ และสร้างรากฐานสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจสีเขียว (Green Business) ที่สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจสีเขียวของรัฐบาล
นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังมีมาตรการสนับสนุนอีก 23 เรื่อง ที่มุ่งลดต้นทุนพลังงานและเพิ่มความมั่นคงทางวัตถุดิบ เช่น การส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ ดีเซลผสมปาล์ม D20 ถึง D70 และเอทานอล E20 ถึง E85 การผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล การปรับปรุงเครื่องจักรโรงงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการส่งเสริมพลาสติกรีไซเคิลและพลาสติกชีวภาพ เพื่อลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ
นายวราวุธยังกล่าวถึงการสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยเชื่อมโยงภาคเกษตรกับโลจิสติกส์ รวมถึงการส่งเสริมธุรกิจใหม่ที่เน้นการประหยัดพลังงานและยกระดับโรงงานอุตสาหกรรม โดยตั้งเป้าเพิ่มมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพพลังงานอีกอย่างน้อย 40 รายการ เช่น เครื่องปรับอากาศและตู้เย็น
เมื่อถามถึงการชดเชยจากงบประมาณ นายวราวุธยืนยันว่า มาตรการทั้งหมดไม่ต้องใช้งบประมาณรัฐบาล เพราะ SME Bank มีวงเงินพร้อมดำเนินการทันที ผู้ประกอบการสามารถติดต่อขอสินเชื่อได้ที่ธนาคาร SME Bank หรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่
สำหรับปัญหาราคาน้ำตาลที่ปรับตัวสูงขึ้น นายวราวุธกล่าวว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่แพงและขาดแคลน กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์จะหารือร่วมกับผู้ประกอบการ โดยคำนึงถึงผู้บริโภค ขณะเดียวกันเสนอให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบริโภค ลดการใช้ขวดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว เพื่อลดขยะพลาสติกที่ปัจจุบันมีถึง 2.7 ล้านตันต่อปี และเพิ่มอัตราการรีไซเคิล





