เมื่อวันที่ 11 เมษายน สำนักข่าวรอยเตอร์และซีเอ็นเอ็นรายงานว่า รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ของสหรัฐอเมริกา นำคณะเจรจาของสหรัฐที่รวมถึงนายสตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษและนายจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน เดินทางกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีจอมพลอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของปากีสถาน และนายอิชัค ดาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของปากีสถาน ให้การต้อนรับ

รัฐมนตรีต่างประเทศของปากีสถานได้กล่าวแสดงความหวังว่าสหรัฐและอิหร่านจะร่วมมือกันอย่างสร้างสรรค์ พร้อมย้ำจุดยืนของปากีสถานที่พร้อมช่วยอำนวยความสะดวกเพื่อให้เกิด “การยุติความขัดแย้งอย่างยั่งยืนและการแก้ไขปัญหาในระยะยาว”
ทั้งนี้จอมพลมูนีร์ เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยไกล่เกลี่ยจนนำไปสู่การตกลงพักรบชั่วคราวระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน
รอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวจากปากีสถานกล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจะเสร็จสิ้นลงในวันเสาร์นี้ได้หรือม่ และว่า ไม่ได้มีกำหนดเวลาสำหรับการเจรจา
ด้านนายสเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกของนายอันโตนิอู กุเตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ(ยูเอ็น) แถลงว่า เลขาธิการยูเอ็นยินดีกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้โอกาสทางการทูตนี้ในการเจรจาร่วมกันด้วยความสุจริตใจเพื่อนำไปสู่ข้อตกลงที่ยั่งยืนและครอบคลุม โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความตึงเครียดและป้องกันการกลับไปสู่การสู้รบ
“เลขาธิการยูเอ็นย้ำว่าไม่มีทางเลือกอื่นใดที่เป็นไปได้นอกจากการระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศอย่างสันติวิธี โดยสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎบัตรสหประชาชาติ” ดูจาร์ริกกล่าว และว่าผู้ส่วนตัวของเลขาธิการยูเอ็นได้อยู่ในภูมิภาคนี้เพื่อสนับสนุนความพยายามทางการทูตด้วย




