กองทัพปากีสถานถึงซาอุดีฯ คุ้มครองศูนย์กลางอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ช่วงเจรจาสันติภาพ

ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงควันพวยพุ่งที่โรงงานน้ำมัน Saudi Aramco หลังมีรายงานการโจมตี ภายหลังการประกาศหยุดยิงสองสัปดาห์ในสงครามอิหร่าน ที่เมืองอับไกค์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อ 8 เมษายน 2026 (ภาพ สหภาพยุโรป/Copernicus Sentinel-2/เผยแพร่ผ่าน REUTERS)

กระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่ากองกำลังทหารพร้อมด้วยเครื่องบินรบปากีสถานเดินทางถึงซาอุดีฯ ใกล้ดาห์ราน ศูนย์กลางอุตสาหกรรมปิโตรเลียมแล้ว ตามข้อตกลงทวิภาคีเพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงาน ในช่วงเจรจาสันติภาพสหรัฐกับอิหร่าน

บลูมเบิร์ก (bloomberg) รายงานว่า กระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียกล่าวว่า กองกำลังทหารปากีสถานเดนทางมาถึงฐานทัพอากาศอับดุลลาซิซแล้ว ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองดาห์ราน ศูนย์กลางอุตสาหกรรมปิโตรเลียมของราชอาณาจักร ตามข้อตกลงทวิภาคีซาอุดีฯ-ปากีสถาน ซึ่งมีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง

กองกำลังปากีสถานประกอบไปด้วยเครื่องบินขับไล่และเครื่องบินสนับสนุน เพื่อมุ่งเพิ่มความร่วมมือทางทหารร่วมกัน เพิ่มความพร้อมในการปฏิบัติงาน และการสนับสนุนความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค

ทั้งสองประเทศลงนามข้อตกลงป้องกันประเทศร่วมกันเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วหรือปี 2025

ก่อนหน้านี้ รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของฝรั่งเศสอย่างTotalEnergies  กล่าวเมื่อ 10 เม.ย.ว่า หนึ่งในหน่วยแปรรูปของโรงกลั่น SATORP ในซาอุดีอาระเบียได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงคืนวันที่ 7-8 เม.ย. ซึ่งทำให้บริษัทต้องปิดหน่วยดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย

Advertisement

กำลังการผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบียลดลงประมาณ 600,000 บาร์เรลต่อวัน หลังจากการโจมตีโรงงานพลังงาน

สำนักข่าวซาอุดีอาระเบีย (The Saudi Press Agency) รายงานเมื่อ 9 เม.ย. โดยอ้างแหล่งข่าวอย่างเป็นทางการจากกระทรวงพลังงานซาอุดีฯว่า ปริมาณการขนส่งผ่านท่อส่งน้ำมันตะวันออก-ตะวันตก ลดลงประมาณ 700,000 บาร์เรลต่อวัน

Advertisememt

ท่อส่งน้ำมันดังกล่าว ซึ่งรอยเตอร์รายงานว่าถูกอิหร่านโจมตีเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากมีการตกลงหยุดยิงเพื่อระงับสงครามกับสหรัฐ และอิสราเอล ปัจจุบันเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันดิบเพียงเส้นเดียวของซาอุดีอาระเบีย และใช้เพื่อเลี่ยงช่งอแคบฮอร์มุซ

โรงกลั่น SATORP ในเมืองจูไบล์ทางตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย มีกำลังการผลิต 465,000 บาร์เรลต่อวัน ทำให้เป็นหนึ่งในโรงกลั่นขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซาอุดี อารัมโก บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของซาอุดีอาระเบียถือหุ้น 62.5% ใน SATORP ขณะที่ TotalEnergies ถือหุ้น 37.5%

TotalEnergies กล่าวว่ากำลังประเมินผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงกลั่น และยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

การส่งกำลังทหารของปากีสถานไปซาอุดีฯ ดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างที่สหรัฐกับอิหร่านเจรจาเพื่อหาทางออกของสงครามที่กรุงอิสลามาบัด ซึ่งประเด็นหลักที่คาดว่าจะหยิบยกขึ้นหารือรวมถึงการเปิดช่องแคบออร์มุซโดยเสรีและการโจมตีเลบานอนของอิสราเอล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง